Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 590

เล่ม มมร. 65 หน้า 590 ข้อ 180
อินทรีย์ พละ โพชฌงค์ มรรค ผล และนิพพาน ก็นัยนี้แหละ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มคฺคกุสลา ได้แก่ ฉลาด ในมรรค ๔. บทว่า ผลกุสลา ได้แก่ ฉลาดในผล ๔. บทว่า นิพฺพานกุสลา ได้แก่ ฉลาดในนิพพาน ๒ อย่าง. บทว่า เต กุสลา ได้แก่ ผู้ฉลาดเหล่านั้น เป็นผู้ฉลาดในประการ ที่กล่าวแล้วเหล่านี้. บทว่า เอวํ วทนฺติ ความว่า กล่าวอย่างนี้. บทว่า คณฺโ เอโส ความว่า ผู้ฉลาดย่อมกล่าวทัศนะที่อาศัย ศาสดาของตนผู้เห็นอยู่เป็นต้น และทัศนะอื่นมีศาสดาอื่นเป็นต้น โดยความ เป็นของเลวว่า นี้เป็นกิเลสเครื่องร้อยรัด คือผูกพ้น. บทว่า ลมฺพนํ เอตํ ความว่า ทัศนะนั้นคือมีประการดังกล่าว แล้ว เป็นกิเลสเครื่องยึดเหนี่ยวลงต่ำ ดุจคล้องไว้ที่หลักที่แขวนหมวก. บทว่า พนฺธนํ เอตํ ความว่า ชื่อว่าเป็นกิเลสเครื่องผูกพัน ดุจ เครื่องผูกพันมีโซ่เป็นต้น เพราะอรรถว่า ยากที่จะตัดออก. บทว่า ปลิโพโธ เอโส ความว่า นี้ชื่อว่าเป็นกิเลสเครื่องผูกพัน เพราะอรรถว่าไม่ยอมให้ออกจากสงสาร. คาถาที่ ๔ มีเนื้อความดังต่อไปนี้ :- ภิกษุไม่พึงอาศัยรูปที่เห็น และเสียงที่ได้ยินเป็นต้นอย่างเดียวก็หามิ ได้ ก็อีกอย่างหนึ่ง ไม่พึงกำหนดแม้ทิฏฐิสูง ๆ ขึ้นไป ซึ่งมิได้เกิดในโลก มีอธิบายว่า ไม่พึงให้เกิด เช่นไร ? ไม่พึงกำหนดทิฏฐิที่ตนจักกำหนดด้วย ญาณหรือแม้ด้วยศีลและวัตร คือด้วยญาณมีญาณในสมาบัติเป็นต้น หรือ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka