Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 591

เล่ม มมร. 65 หน้า 591 ข้อ 180
ด้วยศีลและวัตรนั้น ภิกษุไม่พึงกำหนดทิฏฐิอย่างเดียวก็หามิได้ ก็อีกอย่าง หนึ่ง ไม่พึงนำเข้าไปซึ่งคนว่า เป็นผู้เสมอเขา ด้วยเหตุมีชาติเป็นต้น หรือ ไม่พึงสำคัญว่า เลวกว่าเขา หรือแม้ว่า วิเศษกว่าเขา แม้เพราะมานะ. บทว่า อฏสมาปตฺติาเณน วา ความว่า ด้วยปัญญาอันสัมปยุต ด้วยสมาบัติ ๘. บทว่า ปญฺจาภิญฺาาเณน วา ความว่า ด้วยปัญญาอันสัมปยุต ด้วยอภิญญา ๕ อันเป็นโลกิยะ. บทว่า มิจฺฉาาเณน วา ความว่า ด้วยปัญญาที่เป็นไปโดยสภาพ วิปริต หรือด้วยมิจฉาญาณที่เกิดขึ้นอย่างนี้ ในสิ่งที่ยังไม่พ้นว่า พวกเรา พ้นแล้ว. คาถาที่ ๕ มีเนื้อความดังต่อไปนี้ :- ก็นรชนนั้นไม่กำหนดและไม่สำคัญทิฏฐิอย่างนี้ ละตนแล้วไม่ถือมั่น คือละตนที่เคยยึดถือแล้วไม่ยึดถือตนอื่นอีก ย่อมไม่กระทำนิสัย ๒ อย่างใน เพราะญาณแม้นั้น คือแม้ในญาณที่มีประการดังกล่าวแล้ว และเมื่อไม่ กระทำ นรชนนั้นแล เมื่อเหล่าสัตว์แยกกัน คือแตกกันด้วยสามารถแห่ง ทิฏฐิต่าง ๆ เป็นผู้แล่นไปกับพวก คือเป็นผู้มีอันไม่ไปด้วยสามารถความ พอใจเป็นต้นเป็นธรรมดา ย่อมไม่ถึงเฉพาะซึ่งทิฏฐิอะไร ๆ ในบรรดา ทิฏฐิ ๖๒ มีอธิบายว่า ย่อมไม่กลับมา. บทว่า จตูหิ อุปาทาเนหิ ได้แก่ ด้วยความยึดมั่น ๔ อย่าง มี กามุปาทานเป็นต้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka