บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สสฺสโต ได้แก่ เที่ยง.
บทว่า โลโก ได้แก่ ตน, สรีระในโลกนี้เท่านั้นพินาศไป แต่
ตนคงเป็นตนนั่นแหละทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เข้าใจกันดังนี้.
ก็ตนนั้น เข้าใจกันว่าโลก เพราะวิเคราะห์ว่าแลดูเป็นสามัญทั้งนั้น.
บทว่า อสสฺสโต ได้แก่ ไม่เที่ยงตนย่อมพินาศไปพร้อมกับสรีระ
เข้าใจกันดังนี้.
บทว่า อนนฺตวา ความว่า ทำฌานให้เกิดขึ้นในกสิณเล็กน้อยแล้ว
เข้าใจเจตนาที่มีกสิณเล็กน้อยเป็นอารมณ์นั้นว่าเป็นตนที่มีในที่สุดรอบ.
บทว่า อนนฺตวา ความว่า มีที่สุดหามิได้ คือทำฌานให้เกิดขึ้น
ในกสิณหาประมาณมิได้แล้วเข้าใจเจตนาที่มีกสิณหาประมาณมิได้เป็นอารมณ์
นั้น ว่าเป็นตนที่มีที่สุดรอบหามิได้.
บทว่า ตํ ชีวํ ตํ สรีรํ ความว่า ทั้งชีพทั้งสรีระก็อันนั้นแหละ.
บทว่า ชีโว ได้แก่ นี้ท่านกล่าวเป็นนปุงสกลิงค์ด้วยลิงควิปลาส.
บทว่า สรีรํ ความว่า ชื่อว่าขันธปัญจกะ ด้วยอรรถว่ายินดี.
บทว่า อญฺํ ชีวํ อญฺํ สรีรํ ความว่า ชีพเป็นอย่างหนึ่ง
ขันธปัญจกะเป็นอีกอย่างหนึ่ง.
บทว่า โหติ ตถาคโต ปรมฺมรณา ความว่า สัตว์เบื้องหน้า
แต่มรณะ ย่อมมี คือ มีอยู่ ไม่พินาศไป.
ก็บทว่า ตถาคโต นี้ เป็นชื่อของสัตว์ แต่อาจารย์บางพวกกล่าวว่า
บทว่า ตถาคโต ได้แก่ พระอรหันต์.