Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 614

เล่ม มมร. 65 หน้า 614 ข้อ 196 197 198 199
[๑๙๖] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า :- บุรุษตื่นแล้ว ย่อมไม่เห็นสิ่งที่มาประจวบด้วยความ ฝัน แม้ฉันใด ใคร ๆ ก็ไม่เห็นชนที่รักซึ่งตายจากไปแล้ว แม้ฉันนั้น. เปรียบสิ่งที่ได้เหมือนความฝัน [๑๙๗] คำว่า สิ่งที่มาประจวบด้วยความฝันแม้ฉันใด มีความ ว่า สิ่งที่มาประจวบ คือ สิ่งที่มาปรากฏมาตั้งมั่นประชุมกันแล้ว เพราะ ฉะนั้น จึงชื่อว่า สิ่งที่มาประจวบด้วยความฝัน แม้ฉันใด. [๑๙๘] คำว่า บุรุษตื่นแล้ว ย่อมไม่เห็น มีความว่า บุรุษผู้ฝัน เห็นดวงจันทร์ เห็นดวงอาทิตย์ เห็นมหาสมุทร เห็นขุนเขาสิเนรุ เห็น ช้าง เห็นม้า เห็นรถ เห็นคนเดินเท้า เห็นขบวนเสนา เห็นสวนที่น่า รื่นรมย์ เห็นป่าที่น่ารื่นรมย์ เห็นภูมิภาคที่น่ารื่นรมย์ เห็นสระโบกขรณี ที่น่ารื่นรมย์ ครั้นตื่นแล้ว ย่อมไม่เห็นอะไร ๆ ฉันใด เพราะฉะนั้นจึง ชื่อว่า บุรุษตื่นแล้ว ย่อมไม่เห็น. [๑๙๙] คำว่า ชนที่รัก........แม้ฉันนั้น มีความว่า ศัพท์ว่า ฉันนั้น เป็นอุปไมยเครื่องยังอุปมาให้ถึงพร้อม. คำว่า ชนที่รัก ได้แก่ ชนที่รัก ที่ถือว่าของเรา ซึ่งได้แก่ มารดา บิดา พี่ชาย น้องชาย พี่สาว น้องสาว บุตร ธิดา มิตร อมาตย์ หรือ ญาติสาโลหิต เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ชนที่รัก........แม้ฉันนั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka