Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 615

เล่ม มมร. 65 หน้า 615 ข้อ 200 201 202 203
[๒๐๐] คำว่า ย่อมไม่เห็น........ผู้ตายจากไปแล้ว มีความว่า ชนผู้ตาย ทำกาละแล้ว เรียกว่า ผู้จากไปแล้ว ย่อมไม่เห็น ไม่แลเห็น ไม่ประสบ ไม่พบ ไม่ได้เฉพาะ เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ย่อมไม่เห็น.... ....ฝ่ายจากไปแล้ว. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า :- บุรุษตื่นแล้ว ย่อมไม่เห็นสิ่งที่มาประจวบด้วยความ ฝันแม้ฉันใด ใคร ๆ ก็ไม่เห็นชนที่รักซึ่งตายจากไปแล้ว แม้ฉันนั้น. [๒๐๑] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า :- ชนทั้งหลายที่เห็นกันก็ดี ที่ได้ยินชื่อเรียกกันก็ดี ชนเหล่านั้นที่จากไปแล้ว ยังเหลือแต่ชื่อเท่านั้น ที่พูดถึง กันอยู่. ว่าด้วยสิ่งต่าง ๆ ย่อมสลายไปเหลือแต่ชื่อ [๒๐๒] คำว่า ชนทั้งหลายที่เห็นกันก็ดี ที่ได้ขึ้นเรียกชื่อกัน ก็ดี มีความว่า คำว่า ที่เห็นกัน ได้แก่ ชนทั้งหลายมีรูปที่รู้กันด้วยจักขุ- วิญญาณ. คำว่า ที่ได้ยินกัน ได้แก่ มีเสียงที่รู้กันได้ด้วยโสตวิญญาณ- คำว่า ชนเหล่านั้น ได้แก่ กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คฤหัสถ์ บรรพชิต เทวดา มนุษย์. เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ชนทั้งหลายที่เห็น กันก็ดี ที่ได้ขึ้นเรียกชื่อกันก็ดี. [๒๐๓] คำว่า มีชื่อเรียกกัน มีความว่า คำว่า เยสํ ได้แก่ กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คฤหัสถ์ บรรพชิต เทวดา มนุษย์.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka