Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 619

เล่ม มมร. 65 หน้า 619 ข้อ 207
คร่ำครวญ คือย่อมคร่ำครวญเมื่อวัตถุนั้นกำลังแปรปรวนไปบ้าง เมื่อวัตถุ นั้นแปรปรวนไปแล้วบ้าง. ชนทั้งหลายย่อมรักษา คุ้มครอง ป้องกันวัตถุ ที่ถือว่าของเรา หวงแหนวัตถุที่ถือว่าของเรา ย่อมเศร้าโศก คือ ไม่ละ ไม่สละ ไม่บรรเทา ไม่ทำให้สิ้นไป ไม่ทำให้ถึงความไม่มี ซึ่งความโศก ความคร่ำครวญ ความหวงแหน ความติดใจในวัตถุที่ถือว่าของเรา เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ชนทั้งหลายผู้ติดใจในวัตถุที่ถือว่าของเรา ย่อมไม่ ละความโศก ความคร่ำครวญ และความหวงแหน. ว่าด้วยโมไนยธรรม [๒๐๗] คำว่า เพราะฉะนั้น มุนีทั้งหลายผู้เห็นความปลอด โปร่งละซึ่งความยืดถือได้เที่ยวไปแล้ว มีความว่า :- คำว่า เพราะฉะนั้น ได้แก่ เพราะเหตุนั้น เพราะการณะนั้น เพราะฉะนั้น เพราะปัจจัยนั้น เพราะนิทานนั้น คือเห็นโทษนั้นในวัตถุ ที่ยึดถือว่าของเราทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่า เพราะฉะนั้น. คำว่า มุนีทั้งหลาย ความว่า ญาณ เรียกว่า โมนะ ได้แก่ ปัญญา ความรู้ทั่ว ฯลฯ ความไม่หลง ความเลือกเฟ้นธรรม สัมมาทิฏฐิ ชนทั้ง หลายผู้ประกอบด้วยญาณนั้น ชื่อว่ามุนี คือผู้ถึงแล้วซึ่งญาณชื่อว่าโมนะ โมไนยธรรม คือธรรมที่ทำให้เป็นมุนี มี ๓ ประการ คือ โมไนยธรรม ทางกาย ๑, โมไนยธรรมทางวาจา ๑, โมไนยธรรมทางใจ ๑. โมไนยธรรมทางกายเป็นไฉน ? การละกายทุจริต ๓ อย่าง ซึ่งว่า โมไนยธรรมทางกาย กายสุจริต ๓ อย่าง ญาณมีกายเป็นอารมณ์ การ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka