Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 620

เล่ม มมร. 65 หน้า 620 ข้อ 207
กำหนดรู้กายมรรคอันสหรคตด้วยปริญญา การละฉันทราคะในกาย นี้ชื่อ ว่าโมไนยธรรมทางกาย. โมไนยธรรมทางวาจาเป็นไฉน ? การละวจีทุจริต ๔ อย่าง ชื่อว่า โมไนยธรรมทางวาจา วจีสุจริต ๔ อย่าง ญาณมีวาจาเป็นอารมณ์ การ กำหนดรู้วาจามรรคอันสหรคตด้วยปริญญา การละฉันทราคะในวาจา ความ ดับแห่งวจีสังขาร ความบรรลุทุติยฌานชื่อว่าโมไนยธรรมทางวาจา นี้ชื่อ ว่าโมไนยธรรมทางวาจา. โมไนยธรรมทางใจเป็นไฉน ? การละมโนทุจริต ๓ อย่าง ชื่อว่า โมไนยธรรมทางใจ มโนสุจริต ๓ อย่าง ญาณมีจิตเป็นอารมณ์ การ กำหนดรู้จิตมรรคอันสหรคตด้วยปริญญา การละฉันทราคะในใจ ความดับ แห่งจิตสังขาร การบรรลุสัญญาเวทยิตนิโรธ ชื่อว่าโมไนยธรรมทางจิต นี้ชื่อว่าโมไนยธรรมทางใจ. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :- บัณฑิตทั้งหลายได้กล่าวมุนีผู้เป็นมุนีทางกาย เป็น มุนีทางวาจา เป็นมุนีทางใจ หาอาสวะมิได้ ว่าเป็นผู้ถึง พร้อมด้วยธรรมที่ทำให้เป็นมุนี เป็นผู้ละกิเลสทั้งปวง บัณฑิตทั้งหลายได้กล่าวมุนีผู้เป็นมุนีทางกาย เป็นมุนีทาง วาจา เป็นมุนีทางใจ หาอาสวะมิได้ ว่าเป็นผู้ถึงพร้อม ด้วยธรรมที่ทำให้เป็นมุนี เป็นผู้มีบาปอันล้างเสียแล้ว ฯลฯ ก้าวล่วงธรรมเป็นเครื่องข้องและตัณหาเพียงดังข่ายดำรงอยู่ เป็นผู้อันเทวดาและมนุษย์บูชาแล้วบุคคลนั้น ชื่อว่ามุนี.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka