Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 621

เล่ม มมร. 65 หน้า 621 ข้อ 208
คำว่า ความยึดถือ ได้แก่ ความยึดถือ ๒ อย่าง คือ ความยึดถือ ด้วยตัณหา ๑ ความยึดถือด้วยทิฏฐิ ๑ ฯลฯ นี้ชื่อว่าความยึดถือด้วยตัณหา ฯลฯ นี้ชื่อว่าความยึดถือด้วยทิฏฐิ มุนีทั้งหลายละความยึดถือด้วยตัณหา สละคืนความยึดถือด้วยทิฏฐิเสียแล้ว ได้ประพฤติแล้ว เที่ยวไป เป็นไป หมุนไป รักษา ดำเนินไป ให้อัตภาพดำเนินไป. คำว่า ผู้เห็นความปลอดโปร่ง มีความว่า อมตนิพพาน เรียกว่า ความปลอดโปร่ง ได้แก่ ความสงบสังขารทั้งปวง ความสละคืนอุปธิทั้งปวง ความสิ้นตัณหา ความสำรอก ความดับ ความออกจากตัณหา เป็นเครื่อง ร้อยรัด คำว่า เห็นความปลอดโปร่ง ได้แก่ เห็นความปลอดโปร่ง เห็น ที่ต้านทาน เห็นที่เร้น เห็นที่พึ่ง เห็นความไม่มีภัย เห็นความไม่เคลื่อน เห็นอมตะ เห็นนิพพาน. เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า มุนีทั้งหลายผู้เห็น ความปลอดโปร่ง ละซึ่งความยืดถือได้เที่ยวไปแล้ว เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า :- ชนทั้งหลายผู้ติดใจในวัตถุที่ถือว่าของเรา ย่อมไม่ ละความโศก ความคร่ำครวญ และความหวงแหน เพราะ ฉะนั้นมุนีทั้งหลายผู้เห็นความปลอดโปร่ง ละซึ่งความ ยึดถือได้เที่ยวไปแล้ว. [๒๐๘] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า :- บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการไม่แสดงตนในภพนั้น ของภิกษุผู้ประพฤติหลีกเร้น ผู้คบที่นั่งอันสงัดว่าเป็นความ พร้อมเพรียง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka