พยาบาท ดำริในควานเบียดเบียน ดำริด้วยทิฏฐิ ถูกต้อง ครอบงำ กลุ้มรุม
ประกอบ ย่อมซบเซา. ซึมเซา เซื่อมซึม หงอยเหงา เหมือนคนกำพร้า
คนโง่ คนหลงใหล นกเค้าคอยดักจับหนูอยู่ที่กิ่งไม้ ย่อมซบเซา ซึมเซา
เซื่อมซึม หงอยเหงา ฉันใด สุนัขจิ้งจอก ดักจับปลาอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำ
ย่อมซบเซา ซึมเซา เซื่อมซึม หงอยเหงา ฉันใด แมวคอยดักจับหนู.
อยู่ในที่ต่อ ที่ท่อน้ำ ที่ฝั่งน้ำมีเปือกตม ย่อมซบเซา ซึมเซา เซื่อมซึม
หงอยเหงา ฉันใด ลามีแผลที่หลัง ย่อมซบเซา ซึมเซา เซื่อมซึม
หงอยเหงาอยู่ในที่โขดหิน ที่ท่าน้ำ และฝั่งมีเปือกตม ฉันใด ภิกษุนั้น
ผู้หมุนไปผิด อันความดำริในกาม ดำริในพยาบาท ดำริในความเบียดเบียน
ดำริด้วยทิฏฐิ ถูกต้อง ครอบงำ กลุ้มรุม ประกอบ ย่อมซบเซา ซึมเซา
เซื่อมซึม หงอยเหงา ฉันนั้น เหมือนคนกำพร้า คนโง่ คนหลงใหล
เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ภิกษุนั้นถึงพร้อมด้วยความดำริ ย่อมซบเซา
เหมือนคนกำพร้า.
[๒๔๕] คำว่า ได้ยินเสียงติเตียนของชนเหล่าอื่นแล้ว ย่อม
เป็นผู้เก้อเขิน เป็นผู้เช่นนั้น มีความว่า คำว่า ชนเหล่าอื่น คือ
อุปัชฌาย์บ้าง อาจารย์บ้าง ชนชั้นอุปัชฌาย์บ้าง ชนชั้นอาจารย์บ้าง มิตร
บ้าง คนที่เคยเห็นกันบ้าง คนที่เคยคบกันบ้าง สหายบ้าง ย่อมตักเตือนว่า
ดูก่อนอาวุโส ไม่ใช่ลาภของท่านแล ท่านเอาดีไม่ได้แล้ว คือข้อที่ท่าน
ได้พระศาสดาผู้ยิ่งใหญ่เห็นปานนี้ บวชในธรรมวินัยที่พระศาสดาตรัสดี
แล้วอย่างนี้ ได้คณะพระอริยะเห็นปานนี้แล้ว บอกคืนพระพุทธ พระธรรม
พระสงฆ์ สิกขา แล้วเวียนมาเพื่อความเป็นคฤหัสถ์ เพราะเหตุแห่งเมถุน