ธรรมอันเลว ท่านชื่อว่าเป็นผู้ไม่มีศรัทธาในกุศลธรรมทั้งหลายบ้าง เป็น
ผู้ไม่มีหิริในกุศลธรรมทั้งหลายบ้าง เป็นผู้ไม่มีโอตตปปะในกุศลธรรม
ทั้งหลายบ้าง เป็นผู้ไม่มีสติในกุศลธรรมทั้งหลายบ้าง เป็นผู้ไม่มีปัญญา
ในกุศลธรรมทั้งหลายบ้าง ดังนี้ ภิกษุนั้นได้ยิน ได้ฟัง กำหนด พิจารณา
ตรวจตราแล้ว ซึ่งถ้อยคำ คำเป็นคลอง คำแสดง คำสั่งสอน ของ
อุปัชฌาย์เป็นต้นเหล่านั้น ย่อมเป็นผู้เก้อเขิน คือ ขวยเขิน อึดอัด กระ-
ดากอาย เสียใจ.
คำว่า ผู้เป็นเช่นนั้น ได้แก่ ภิกษุผู้หมุนไปผิดนั้น ย่อมเป็นผู้
เช่นนั้น คือ เป็นผู้เหมือนกันเช่นนั้น เป็นผู้ดำรงอยู่อย่างนั้น เป็นผู้มี
ประการอย่างนั้น เป็นผู้มีส่วนเปรียบอย่างนั้น เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ได้
ยินเสียงติเตียนของชนเหล่าอื่นแล้ว ย่อมเป็นผู้เก้อเขิน เป็นผู้
เช่นนั้น เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า :-
ภิกษุนั้น ถึงพร้อมด้วยความดำริ ย่อมซบเซา
เหมือนคนกำพร้า ได้ยินเสียงติเตียนของชนเหล่าอื่นแล้ว
ย่อมเป็นผู้เก้อเขิน เป็นผู้เช่นนั้น.
[๒๔๖] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า :-
ลำดับนั้น ภิกษุนั้นถูกวาทะของชนเหล่าอื่นตัก
เตือน ย่อมกระทำศัสตรา การกล่าวเท็จทั้งรู้อยู่นั้นเป็น
เครื่องผูกพันภิกษุนั้น ภิกษุนั้นย่อมหยั่งลงสู่ความเป็นผู้พูด
เท็จ.