Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 682

เล่ม มมร. 65 หน้า 682 ข้อ 250 251 252
ลง ก้าวลงยึดถือเข้าไปสู่ความเป็นผู้พูดเท็จ เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ย่อม หยั่งลงสู่ความเป็นผู้พูดเท็จ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัส ว่า :- ลำดับนั้น ภิกษุนั้นถูกวาทะของชนเหล่าอื่นตัก เตือน ย่อมกระทำศัสตรา การกล่าวเท็จทั้งรู้อยู่นั้น เป็น เครื่องผูกพันภิกษุนั้น ภิกษุนั้นย่อมหยั่งลงสู่ความเป็นผู้พูด เท็จ. [๒๕๐] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า :- ภิกษุเป็นที่เลื่องลือว่าเป็นบัณฑิต อธิษฐานความ ประพฤติผู้เดียว แม้ภายหลังประกอบเมถุนธรรม จักเศร้า หมอง เหมือนคนโง่ฉะนั้น. ว่าด้วยต้นตรงปลายคด [๒๕๑] คำว่า ภิกษุเป็นที่เลื่องลือว่าเป็นบัณฑิต มีความว่า ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้อันชนทั้งหลายสรรเสริญเกียรติคุณว่า เป็นบัณฑิต เป็นผู้ฉลาด มีปัญญา เป็นพหูสูตร มีถ้อยคำไพเราะ มี ปฏิภาณดี ทรงจำพระสูตรบ้าง ทรงจำพระวินัยบ้าง เป็นพระธรรมกถึก บ้าง ฯลฯ เป็นผู้ได้เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติบ้าง ในกาลก่อน คือ ในคราวเป็นสมณะ เป็นผู้อันประชุมชนรู้ หมายรู้ เลื่องลือกันอย่างนี้ เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ภิกษุเป็นที่เลื่องลือว่าเป็นบัณฑิต. [๒๕๒] คำว่า อธิษฐานความประพฤติผู้เดียว มีความว่า อธิษฐานความประพฤติผู้เดียวด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ ด้วยส่วนบรรพชา ๑
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka