เพราะประโยชน์อื่นจากการได้ความสรรเสริญ ย่อมไม่มี ฉะนั้นแม้
เมื่อได้ลาภอย่างยิ่ง ก็ย่อมได้รับสรรเสริญในเพราะทิฏฐินั้นว่า คนนี้ก็
แสดงวาทะนั้นในท่ามกลางบริษัท ต่อนั้นเขาถึงความยินดี หรือความยิ้ม
แย้ม ย่อมหัวเราะและเฟื่องฟูขึ้นด้วยมานะ เพราะอรรถว่าชนะนั้น เพราะ
เหตุอะไร เพราะบรรลุประโยชน์คือความชนะนั้น เป็นผู้สมใจนึก.
บทว่า ถมฺภยิตฺวา ความว่า ให้เต็ม.
บทว่า พฺรูหยิตฺวา ความว่า ให้เจริญ นิทเทสของคาถานี้
มีเนื้อความง่าย.
อนึ่ง เมื่อเฟื่องฟูขึ้นอย่างนี้ พึงทราบคาถาว่า ยา อุณฺณตี เป็นต้น
ดังต่อไปนี้ :-
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มานาติมานํ วทเต ปเนโส ความว่า
ก็บุคคลนั้นไม่รู้อยู่ว่าความเฟื่องฟูนั้นเป็นพื้นย่ำยี จึงกล่าวความถือตัวและ
ความดูหมิ่น นิทเทสแห่งคาถาแม้นี้ก็มีเนื้อความง่าย.
ครั้นแสดงโทษในวาทะอย่างนี้แล้ว บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะ
ไม่ทรงรับวาทะของปริพาชกนั้น จึงตรัสพระคาถาว่า สูโร เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ราชขทาย มีอธิบายว่า ด้วยของควร
เคี้ยวซึ่งเป็นของพระราชทาน คือภัตตาหาร. ด้วยบทว่า อภิคชฺชเมติ
ปฏิสูรมิจฺฉํ ทรงแสดงว่า ผู้คะนองอยู่นั้น เมื่อปรารถนาคนกล้าที่เป็น
ศัตรู ย่อมพบ ฉันใด เจ้าทิฏฐิย่อมพบเจ้าทิฏฐิ ฉันนั้น.
บทว่า เยเนว โส เตน ปเลหิ ความว่า คนกล้าที่เป็นศัตรูต่อ
ท่านนั้นมีอยู่ที่ใด ท่านจงไปเสียจากที่นั้น. ด้วยบทว่า ปุพฺเพว นตฺถี