Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 782

เล่ม มมร. 65 หน้า 782 ข้อ 320
บทว่า จตุเวสารชฺชปฺปตฺโต ความว่า บรรลุญาณกล่าวคือความ เป็นผู้แกล้วกล้า ๔ อย่าง. เหมือนอย่างที่ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรา ไม่พิจารณาเห็นนิมิตนี้ว่า สมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือ ใคร ๆ ก็ตามในโลก จักทักท้วงเราด้วยธรรมในข้อนั้นเลยว่า ธรรมเหล่า นี้อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงปฏิญาณธรรมเหล่านั้นมิได้ตรัสรู้. ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย เมื่อเราไม่พิจารณาเห็นนิมิตนี้ ย่อมเป็นผู้ถึงความเกษม ถึงความปลอดภัย ถึงความเป็นผู้แกล้วกล้าอยู่. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรา ไม่พิจารณาเห็นนิมิตนี้ว่า สมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือ ใคร ๆ ก็ตามในโลกนี้ จักทุกท้วงเราด้วยธรรมในข้อนั้นได้เลยว่า อาสวะ เหล่านั้นของพระขีณาสพผู้ปฏิญาณธรรมเหล่านั้น ยังไม่หมดสิ้นว่า ก็ธรรม เหล่านั้นเหล่าใดที่ตรัสว่าเป็นธรรมกระทำอันตราย เมื่อเสพเฉพาะธรรม เหล่านั้น ไม่เป็นไปเพื่ออันตราย ว่า ก็พระองค์ทรงแสดงธรรมเพื่อ ประโยชน์แก่ผู้ใด ผู้นั้นเมื่อกระทำตามนั้น ย่อมไม่ออกไปจากความสิ้นทุกข์ โดยชอบ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อเราไม่พิจารณาเห็นนิมิตนี้ ย่อมเป็น ผู้ถึงความเกษม ถึงความปลอดภัย ถึงความเป็นผู้แกล้วกล้าอยู่. บทว่า ทสพลพลธารี ความว่า ชื่อว่า พระทศพล เพราะอรรถ ว่า มีกำลัง ๑๐ กำลังทั้งหลายของพระทศพล ชื่อว่ากำลังพระทศพล ชื่อว่าทรงกำลังพระทศพล เพราะอรรถว่า ทรงกำลังเหล่านั้น ท่านแสดง เพียงหัวข้อประเภทธรรมที่ควรแนะนำซึ่งมีประเภทมากมาย. ด้วยคำ ๓ คำ เหล่านี้ บุคคลผู้นั้นแล ชื่อว่า บุรุษองอาจ ด้วยอรรถว่า ยอมรับตกลง กันว่าเป็นมงคลยิ่ง ด้วยสามารถประกอบด้วยปัญญา. ชื่อว่า บุรุษสีหะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka