ด้วยอรรถว่า ไม่หวาดสะดุ้ง. ชื่อว่า บุรุษนาค ด้วยอรรถว่า ใหญ่. ชื่อว่า
บุรุษอาชาไนย ด้วยอรรถว่า รู้พร้อม. ชื่อว่า บุรุษนำธุระไป ด้วยอรรถว่า
นำกิจธุระของโลกไป.
ลำดับนั้น พระสารีบุตรเถระประสงค์จะแสดงคุณวิเศษที่ได้แต่ญาณ
อันหาที่สุดมิได้ มีเดชเป็นต้น เมื่อแสดงความที่เดชเป็นต้นเหล่านั้นมีญาณ
อันหาที่สุดมิได้เป็นมูล จึงกล่าวว่า อนนฺตาโณ แล้วกล่าวว่า อนนฺต-
เตโช เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อนนฺตาโณ ความว่า มีญาณเว้นจาก
ที่สุด ด้วยสามารถแห่งคุณ และด้วยสามารถแห่งสภาวะ.
บทว่า อนนฺตเตโช ความว่า มีเดชเกิดแต่ญาณอันหาที่สุดมิได้
ด้วยการกำจัดมืด คือโมหะในสันดานของเวไนยสัตว์.
บทว่า อนนฺตยโส ความว่า เสียงสรรเสริญอันหาที่สุดมิได้ที่แผ่
ไปในโลก ๓ ด้วยปัญญาคุณนั่นแล.
บทว่า อทฺโฒ ความว่า เป็นผู้สำเร็จด้วยความสำเร็จแห่งทรัพย์คือ
ปัญญา.
บทว่า มหทฺธโน ความว่า ชื่อว่า มีทรัพย์มาก เพราะอรรถว่า
มีทรัพย์คือปัญญา เป็นไปมากด้วยความมากตามสภาวะ แม้ด้วยความมาก
แห่งทรัพย์คือปัญญา ปาฐะว่า มหาธโน ก็มี.
บทว่า ธนวา ความว่า ผู้เป็นไปด้วยทรัพย์คือปัญญาที่พึงสรรเสริญ
ผู้เป็นไปด้วยทรัพย์คือปัญญาที่ประกอบไว้เป็นนิจ ผู้เป็นไปด้วยทรัพย์คือ