Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 788

เล่ม มมร. 65 หน้า 788 ข้อ 320
โลกุตตรธรรมให้เกิดขึ้น. และเพราะประทานโลกุตตรธรรมตามสบาย โดยอนุรูปแก่เวไนยสัตว์. บทว่า ตถาคโต มีเนื้อความดังกล่าวแล้วในหน หลัง. บัดนี้พระเถระประสงค์จะแสดงคุณที่กล่าวไว้ด้วยบทว่า ชานํ ชา- นาติ เป็นต้น ให้วิเศษ ด้วยความเป็นพระสัพพัญญู เมื่อยังความเป็น พระสัพพัญญูให้สำเร็จ จึงกล่าวว่า นตฺถิ เป็นต้น. ก็ชื่อว่าสิ่งที่ไม่รู้. ย่อมไม่มีแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นผู้เป็น อย่างนั้น เพราะทรงปราศจากความลุ่มหลงพร้อมทั้งวาสนา ในธรรมทั้ง ปวงด้วย อรหัตตมรรคญาณที่สำเร็จแต่อำนาจผลบุญบารมี เพราะรู้ธรรมทั้ง ปวงโดยไม่ลุ่มหลง และชื่อว่าสิ่งที่ไม่เห็นก็ย่อมไม่มีเหมือนอย่างนั้นเทียว เพราะทรงเห็นธรรมทั้งปวงด้วยญาณจักษุเหมือนด้วยจักษุ ชื่อว่าสิ่งที่ไม่ ทราบชัดย่อมไม่มี เพราะทรงบรรลุแล้วด้วยพระญาณ ชื่อว่าสิ่งที่ไม่ทำให้ แจ้งย่อมไม่มีเพราะทรงการทำให้แจ้งแล้ว ด้วยการการทำให้แจ้งซึ่งไม่ ลุ่มหลง ชื่อว่าสิ่งที่มิได้ถูกต้องด้วยปัญญาย่อมไม่มี เพราะทรงถูกต้องแล้ว ด้วยปัญญาที่ไม่ลุ่มหลง. บทว่า ปจฺจุปฺปนฺนํ ได้แก่ กาลหรือธรรมที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า. บทว่า อุปาทาย ได้แก่ถือเอา ความว่า กระทำไว้ภายใน แม้ พระนิพพานที่พ้นกาลเวลา ก็เป็นอันถือเอาแล้วทีเทียว ด้วยคำว่า อุปาทาย นั้นเอง. ก็คำว่า อตีตํ เป็นต้น ย่อมต่อเนื่องด้วยคำว่า นตฺถิ เป็นต้นบ้าง. ด้วยคำว่า สพฺเพ ธมฺมา เป็นต้นบ้าง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka