บทว่า สพฺเพ ธมฺมา ได้แก่ ความควบคุมสังขตธรรมและ
อสังขตธรรมทั้งหมด.
บทว่า สพฺพากาเรน ได้แก่ ความควบคุมอาการทุกอย่างมีอาการ
ไม่เที่ยงเป็นต้น แห่งธรรมแต่ละอย่างทีเดียว ในธรรมทั้งปวง.
บทว่า าณมุเข ได้แก่ ตรงหน้าพระญาณ.
บทว่า อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ ความว่า เข้าถึงการประชุม.
บทว่า ชานิตพฺพํ ท่านกล่าวเพื่อไขความของบทว่า เนยฺยํ.
วา ศัพท์ ในบทว่า อตฺตตฺโถ วา เป็นต้น เป็นสมุจจยัตถะมีอรรถ
ว่ารวบรวม.
บทว่า อตฺตตฺโถ ได้แก่ ประโยชน์ของตน.
บทว่า ปรตฺโถ ได้แก่ ประโยชน์ของผู้อื่นคือของโลก ๓.
บทว่า อุภยตฺโถ ได้แก่ ประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย คราวเดียวกัน
ทีเดียว คือทั้งของตนและของผู้อื่น.
บทว่า ทิฏฺธมฺมิโก ได้แก่ ประโยชน์ที่ประกอบในปัจจุบันชื่อว่า
ทิฏฐธรรมประโยชน์. ประโยชน์ชื่อว่า สัมปรายิก เพราะอรรถว่า ประกอบ
ในภายหน้า ชื่อว่า สัมปรายประโยชน์. ประโยชน์ที่พึงกล่าวด้วยสามารถ
แห่งโวหาร ในบทว่า อุตฺตาโน เป็นต้น ชื่อว่าประโยชน์ตื้น เพราะดำรง
ไว้สะดวก. ประโยชน์ที่พึงกล่าวล่วงเลยโวหารเสีย เป็นประโยชน์ที่ปฏิสังยุต
ด้วยสุญญตาชื่อว่าประโยชน์ลึก เพราะดำรงไว้ได้ยาก ได้แก่โลกุตตร
ประโยชน์. ชื่อว่าประโยชน์ลี้ลับ เพราะเห็นได้แต่ภายนอกล่วงส่วน. ชื่อว่า
ประโยชน์ปกปิด เพราะปกปิดไว้ด้วยความไม่เที่ยงเป็นต้น และด้วยเมฆ