ไปในภายในพระพุทธญาณได้อย่างไร พระเถระเมื่อจะกำจัดความสงสัยของ
ชนเหล่านั้น จึงกล่าวว่า สสฺสมณพฺราหฺมณี ปชา ดังนี้. พระเถระ
ครั้นประกาศความเป็นไปในภายในพระพุทธญาณของเหล่าผู้เลิศลอยอย่างนี้
แล้วต่อนั้นเมื่อจะประกาศความเป็นไปในภายในพระพุทธญาณ ของสัตวโลก
ที่เหลือ ด้วยสามารถแห่งการกำหนดอย่างเลิศลอย รวมทั้งสมมติเทพและ
มนุษย์ที่เหลือลง จึงกล่าวว่า สเทวมนุสฺสา ดังนี้ ในข้อนี้มีลำดับอนุสนธิ
ดังนี้ แต่โบราณาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า บทว่า สเทวโก ได้แก่ สัตวโลก
ที่เหลือลงกับเทวดาทั้งหลาย.
บทว่า สมารโก ได้แก่สัตวโลกที่เหลือลงกับมาร.
บทว่า สพฺรหฺมโก ได้แก่ สัตวโลกที่เหลือลงกับพรหมทั้งหลาย
พระเถระใส่เหล่าสัตว์ผู้เข้าถึงภพ ๓ แม้ทั้งหมดเข้าในบท ๓ บท ด้วย
อาการ ๓ แล้วจึงกล่าวว่า สสฺสมณพฺราหฺมณี ปชา สเทวมนุสฺสา
เพื่อถือเอาด้วยอาการ ๒ อีก ธาตุ ๓ นั่นแลย่อมเป็นอันท่านถือเอาแล้วด้วย
อาการนั้น ๆ ด้วยบททั้งหลาย ๕ ด้วยประการฉะนี้.
บทว่า อนฺตมโส ความว่า โดยที่สุดเบื้องบน.
ในบทว่า ติมิติมิงฺคลํ นี้ มัจฉาชาติชนิดหนึ่งชื่อติมิ. มัจฉาชาติ
ชนิดหนึ่งชื่อติมิงคละ ตัวใหญ่กว่าปลาติมินั้น สามารถกลืนกินปลาติมิได้.
มัจฉาชาติชนิดหนึ่งชื่อติมิติมิงคละ ตัวยาวประมาณ ๕๐๐ โยชน์ สามารถ
กลืนกินแม้ปลาติมิงคละได้. ในที่นี้พึงทราบว่าท่านทำเอกวจนะด้วยศัพท์ว่า
ชาติ.
ในบทว่า ครุฬํ เวนเตยฺยํ นี้ :-