Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 29

เล่ม มมร. 66 หน้า 29 ข้อ 400
สกุลสูง มิใช่เป็นผู้ออกบวชจากสกุลใหญ่ ก็มีจิตวางตนเหมือนกับภิกษุ ที่ออกบวชจากสกุลใหญ่ มิใช่เป็นผู้ออกบวชจากสกุลมีโภคสมบัติมาก ก็มีจิตวางตนเหมือนกับภิกษุที่ออกบวชจากสกุลมีโภคสมบัติมาก มิใช่เป็น ผู้ออกบวชจากสกุลมีโภคสมบัติยิ่งใหญ่ ก็มีจิตวางคนเหมือนกับภิกษุที่ออก บวชจากสกุลมีโภคสมบัติยิ่งใหญ่ มิใช่เป็นผู้ทรงจำพระสูตร ก็มีจิต วางตนเหมือนกับภิกษุผู้ทรงจำพระสูตร มิใช่เป็นผู้ทรงจำพระวินัย...มิใช่ เป็นพระธรรมกถึก . . . มิใช่เป็นผู้ถืออยู่ป่าเป็นวัตร . . . มิใช่เป็นผู้ถือเที่ยว บิณฑบาตเป็นวัตร . . . มิใช่เป็นผู้ถือทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร. . .มิใช่เป็นผู้ ถือทรงไตรจีวรเป็นวัตร . . . มิใช่เป็นผู้เที่ยวบิณฑบาตไปตามลำดับตรอก เป็นวัตร . . . มิใช่เป็นผู้ถือไม่ฉันภัตหนหลังเป็นวัตร . . . มิใช่เป็นผู้ถือไม่ นอนเป็นวัตร . . . มิใช่เป็นผู้ถืออยู่ในเสนาสนะที่เขาจัดให้อย่างไรเป็นวัตร ...มิใช่เป็นผู้ได้ปฐมฌาน ฯลฯ มิใช่เป็นผู้ได้เนวสัญญานาสัญญายตน- สมาบัติ ก็มีจิตวางตนเหมือนกับภิกษุที่ได้เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ นี้ชื่อว่าความคะนองทางจิต. ความคะนอง ๓ ประการนี้ บุคคลใดละ ตัดขาด สงบ ระงับแล้ว ทำไม่ให้ควรเกิดขึ้น เผาเสียแล้วด้วยไฟคือญาณ บุคคลนั้นเรียกว่า ผู้ไม่ คะนอง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้ไม่คะนอง. ว่าด้วยผู้น่ารังเกียจและไม่น่ารังเกียจ [๔๐๐] คำว่า ผู้ไม่เป็นที่รังเกียจ ความว่า บุคคลผู้เป็นที่ รังเกียจก็มี ผู้ไม่เป็นที่รังเกียจก็มี.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka