ก็บุคคลผู้เป็นที่รังเกียจเป็นไฉน ? บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็น
คนทุศีล มีบาปธรรม มีความประพฤติอันไม่สะอาดที่พึงระลึกด้วยความ
ระแวง มีการงานอันปกปิด ไม่ใช่สมณะ ก็ปฏิญาณว่าคนเป็นสมณะ
มิใช่ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ก็ปฏิญาณว่าเป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์ เป็น
ผู้มีความเน่าอยู่ ณ ภายใน มีจิตชุ่มอยู่ด้วยราคะ เป็นดังว่าหยากเยื่อ บุคคล
นี้เรียกว่า เป็นที่รังเกียจ.
อีกอย่างหนึ่ง บุคคลผู้มักโกรธ มีความแค้นเคืองมาก ถูกใครว่า
เข้าแต่น้อย ก็ขัดใจ โกรธเคือง มุ่งร้าย ปองร้าย ทำความโกรธ ความ
เคือง ความไม่ยินดีให้ปรากฏ บุคคลนี้เรียกว่า ผู้เป็นที่รังเกียจ.
อีกอย่างหนึ่ง บุคคลเป็นผู้มักโกรธ ผูกโกรธ ลบหลู่ ตีเสมอ ริษยา
ตระหนี่ โอ้อวด มีมารยา เป็นผู้กระด้าง ถือตัวจัด มีความปรารถนา
ลามก มีความเห็นผิด มีความถือทิฏฐิของตน มีความถือรั้น มีความสละ
คืนยาก บุคคลนี้เรียกว่า ผู้เป็นที่รังเกียจ.
ก็บุคคลผู้ไม่เป็นที่รังเกียจเป็นไฉน ? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้
มีศีลสำรวมด้วยปาติโมกขสังวร ถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจรเห็นภัยใน
โทษทั้งหลาย มีประมาณน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาทั้งหลาย บุคคล
นี้เรียกว่า ผู้ไม่เป็นที่รังเกียจ.
อีกอย่างหนึ่ง บุคคลไม่เป็นผู้มักโกรธ ไม่มีความแค้นเคืองมาก
แม้อันใคร ๆ ว่ามากก็ไม่ขัดใจ ไม่โกรธเคือง ไม่มุ่งร้าย ไม่ปองร้าย
ไม่ทำความโกรธ ความเคือง ความไม่ยินดีให้ปรากฏ บุคคลนี้เรียกว่า
ผู้ไม่เป็นที่รังเกียจ.