Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 72

เล่ม มมร. 66 หน้า 72 ข้อ 441
เป็นภวังคจิต. บทว่า ธมฺมา ได้แก่ ธรรมารมณ์อันเป็นไปในภูมิ ๓. บทว่า หสิตลปิตกีฬิตานิ ได้แก่ หัวเราะเจรจาเล่น คือหัวเราะจน เห็นฟัน เจรจาพร่ำเพรื่อและเล่นกายกรรมเป็นต้น. บทว่า น ตทสฺสาเทติ คือ พระอรหันต์ย่อมไม่พอใจการหัวเราะเป็นต้น เหล่านั้น. บทว่า น ตํ นิกาเมติ ไม่ชอบใจการหัวเราะเป็นต้นนั้น คือไม่ทำความใคร่. บทว่า น เตน จ วิตฺตึ อาปชฺชติ คือ พระอรหันต์ไม่ถึงความปลื้มใจ คือความ ยินดีด้วยการหัวเราะเป็นต้นนั้น. บทว่า ตํ ตํ ปจฺจยํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺโน เกิดขึ้นเพราะอาศัยปัจจัย นั้น ๆ คือปัจจุบัน. บทว่า รตฺโตติ นูปสงฺเขยฺโย คือ อันใคร ๆ นับ ไม่ได้ว่าเป็นผู้กำหนัดด้วยความยินดี. แม้ในตอนต่อ ๆ ไปก็มีนัยนี้เหมือน กัน. พึงทราบความเป็นไปตามความเพลิน อันได้แก่ความเป็นไปด้วย ตัณหาและทิฏฐิ ด้วยอำนาจรูปที่ประณีตและน่าพึงพอใจเป็นต้น แม้ใน บทมีอาทิว่า เอวํรูโป สิยา พึงเป็นผู้มีอย่างนี้เป็นรูปดังนี้. บทว่า น ปณิทหติ คือ ไม่ตั้งอยู่ด้วยอำนาจความปรารถนา. บทว่า อปฺปณิธาน- ปจฺจยา เพราะเหตุไม่ตั้งใจไว้ คือเพราะเหตุไม่ตั้งความปรารถนาไว้. บทว่า อสนฺตาสี ผู้ไม่สะดุ้ง คือไม่สะดุ้งเพราะไม่ได้นั้น ๆ. บท ว่า อวิกตฺถี ผู้ไม่โอ้อวด คือมีปกติไม่โอ้อวดด้วยศีลเป็นต้น. บทว่า อกุกฺกุจฺโจ ไม่มีความคะนอง คือเว้นจากความคะนองมือเป็นต้น. บทว่า มนฺตภาณี พูดด้วยปัญญา คือกำหนดด้วยปัญญาก่อนแล้วจึงกล่าว. บทว่า อนุทฺธโต ไม่ฟุ้งซ่าน คือเว้น จากการฟุ้งซ่าน. บทว่า สเว วาจายโต สำรวมวาจา คือสำรวมระวังการพูด เป็นผู้กล่าววาจาเว้น จากโทษ ๔ ประการ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka