Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 93

เล่ม มมร. 66 หน้า 93 ข้อ 441
อยาก. บทว่า อมจฺฉรี ไม่ตระหนี่ คือเว้นจากความตระหนี่ ๕ อย่าง. บทว่า อปฺปคพฺโภ ผู้ไม่คะนอง คือเว้นจากความเป็นผู้คะนองกายเป็นต้น. บทว่า อเชคุจฺโฉ ไม่เป็นที่รังเกียจ คือไม่น่ารังเกียจ ชื่นตา ชื่นใจ เพราะสมบูรณ์ด้วยศีลเป็นต้น. บทว่า เปสุเณยฺเย จ โน ยุโต ไม่ประกอบในความเป็นผู้มีวาจา ส่อเสียด คือไม่ประกอบในความส่อเสียดอันควรนำเข้าไปด้วยอาการสอง อย่าง. บทว่า ราคสฺส ปหีนตฺตา เพราะละเสียซึ่งราคะ คือเพราะละราค- กิเลสได้ด้วยอรหัตมรรค. บทว่า อสฺมิมาโน ปหีโน โหติ เป็นผู้ละความ ถือตัวว่าเป็นเรา คือละความหยิ่งและความถือตัวว่าเป็นเราได้โดยเด็ดขาด. บทว่า ตีณิ กุหนวตฺถูนิ วัตถุแห่งความหลอกลวง ๓ อย่าง คือเหตุให้เกิด ความพิศวง ๓ อย่าง. ในบทมีอาทิว่า ปจฺจยปฏิเสวนสงฺขาตํ กุหนวตฺถุํ เรื่องความหลอกลวงกล่าวด้วยการเสพปัจจัย มีความว่า เมื่อภิกษุได้รับ นิมนต์ด้วยจีวรเป็นต้น ทั้งมีความต้องการจีวรนั้นเหมือนกัน อาศัยความ ปรารถนาลามก และรู้ว่าคหบดีเหล่านั้นมีศรัทธาตั้งมั่นด้วยดีในตนเพราะ การปฏิเสธ เมื่อคหบดีเหล่านั้นคิดว่า น่าอัศจรรย์ใจ พระคุณเจ้ามีความ ปรารถนาน้อย ไม่ปรารถนาจะรับอะไร ๆ อีก พึงเป็นสิ่งที่เราได้ดีแล้วหนอ หากพระคุณเจ้าจะพึงรับอะไร ๆ แม้มีประมาณน้อยดังนี้ แสดงความประ- สงค์จะอนุเคราะห์เขาแล้ว ตั้งแต่นั้นมาก็ทำให้พิศวงด้วยการรับ อันเป็น เหตุให้เขานำของเข้าไปถวายเป็นเกวียน ๆ. พึงทราบว่า นี้คือเรื่อง หลอกลวงกล่าวด้วยการเสพปัจจัย. อนึ่ง เมื่อภิกษุมีความปรารถนาลามกทำ ให้พิศวงด้วยอิริยาบถอันแสดงความประสงค์จะยกย่อง พึงทราบว่า นี้คือ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka