Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 92

เล่ม มมร. 66 หน้า 92 ข้อ 441
เกิดพร้อมกับกามาวจรจิต ๕๔. บทว่า รูปาวจโร ผัสสะอันเป็นรูปาวจร ได้แก่ ผัสสะอันเกิดพร้อมกับรูปาวจรจิต ๑๕ มีกุศลจิตเป็นต้น. บทว่า อรูปาวจโร ผัสสะอันเป็นอรูปาวจร ได้แก่ผัสสะที่สัมปยุตด้วยอรูปาวจรจิต ๑๒ ด้วยอำนาจแห่งกุศลจิตและอัพยากตจิต. บทว่า สุญฺโต ผัสสะอัน เป็นสุญญตะ ได้แก่มรรคอันเกิดขึ้นแก่ผู้เห็นแจ้งด้วยอำนาจแห่งอนัตตานุ- ปัสสนา ชื่อว่า สุญญตะ ความเป็นของสูญ. ผัสสะอันเกิดพร้อมกับมรรค นั้นชื่อว่า สุญญตผัสสะ. แม้ในสองบทที่เหลือก็มีนัยนี้เหมือนกัน. ใน บทว่า อนิมิตฺโต ผัสสะอันเป็นอนิมิตตะนี้ ได้แก่มรรคอันเกิดขึ้นแก่ผู้ เห็นแจ้งด้วยอำนาจแห่งอนิจจานุปัสสนา ชื่อว่า อนิมิตตะ (หานิมิตมิได้). บทว่า อปฺปณิหิโต ผัสสะอันเป็นอัปปณิหิตะ (ไม่มีที่ตั้ง) ได้แก่มรรค อันเกิดขึ้นแก่ผู้เห็นแจ้งด้วยอำนาจทุกขานุปัสสนาชื่อว่า อัปปณิหิตะ. บทว่า โลกิโย ผัสสะอันเป็นโลกิยะ คือวัฏฏะท่านเรียกว่าโลก เพราะอรรถว่า เสื่อมโทรมแตกสลายไป ธรรมเป็นไปในภูมิ ๓ เป็นโลกิยะเพราะประกอบ อยู่ในโลกด้วยความนับเนื่องกันในวัฏฏะนั้น. บทว่า โลกุตฺตโร ผัสสะ อันเป็นโลกุตระ ได้แก่ผัสสะ ชื่อว่าโลกุตระเพราะข้ามพ้นไปจากโลก. ผัสสะอันเป็นโลกุตระ เพราะไม่นับเนื่องในโลก. บทว่า อตฺเตน วา คือ จากความเป็นคนบ้าง. บทว่า อตฺตนิเยน วา คือ จากธรรมที่เนื่อง ในตนบ้าง. บทว่า ปฏิลีโน บุคคลเป็นผู้หลีกเร้น คือปราศจากอกุศลธรรม นั้น เพราะละราคะเป็นต้นได้. บทว่า อกุหโก ไม่หลอกลวง คือไม่ทำ ให้พิศวงด้วยวัตถุเป็นเครื่องหลอกลวง ๓ อย่าง. บทว่า อปิหาลุ คือ มี ปกติไม่ทะเยอทะยาน. ท่านอธิบายว่า เว้นจากความปรารถนาและความ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka