Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 100

เล่ม มมร. 66 หน้า 100 ข้อ 441
สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย คือ ถือเอาโดยชอบศึกษาสิกขาบทที่ควรศึกษาอย่างใดอย่างหนึ่งในสิกขาบททั้ง- หลาย. อนึ่ง ในบทว่า ปาฏิโมกฺขสํวรสํวุ โต สำรวมระวังในพระปาติโมกข์ นี้ ท่านแสดงถึงศีล คือการสำรวมในพระปาติโมกข์ด้วยเทศนาอันเป็น บุคลาธิษฐาน ด้วยเหตุเพียงเท่านี้. พึงทราบบททั้งปวงมีอาทิว่า อาจาร- โคจรสมฺปนฺโน ท่านกล่าวเพื่อแสดงถึงการปฏิบัติ ของผู้ปฏิบัติที่มีศีล สมบูรณ์แล้ว. บทว่า สาติเยสุ อนสิสาวี บุคคลผู้ไม่มีความยินดีในวัตถุเป็นที่ น่ายินดี คือเว้นจากความชมเชยด้วยตัณหาในกามคุณทั้งหลาย อันเป็น วัตถุที่น่ายินดี. บทว่า สณฺโห ผู้ละเอียด คือประกอบด้วยกายกรรม เป็นต้นอันละเอียด. บทว่า ปฏิภาณวา มีปฏิภาณ คือประกอบด้วยปริยัติ ปริปุจฉา (การสอบกาม) อธิคม (การบรรลุ) และปฏิภาณ. บทว่า น สทฺโธ ไม่มีศรัทธา คือไม่เชื่อถึงธรรมที่บรรลุเองของใคร ๆ. บทว่า น วิรชฺชติ ไม่คลายกำหนัด คือไม่คลายกำหนัดในบัดนี้ เพราะความ กำหนัดคลายไปแล้วเพราะความสิ้นไป. บทว่า เยสํ เอสา สาติยา ความยินดีนั้นของบุคคลเหล่าใด ได้แก่ความปรารถนาในกามคุณ มีวัตถุน่ายินดีของบุคคลเหล่าใด. บทว่า ตณฺหา อปฺปหีนา ตัณหาอันสัมปยุตด้วยความชมเชย อันบุคคลยังละไม่ได้ ด้วยอรหัตมรรค. บทว่า เตสํ จกฺขุโต รูปตณฺหา สวติ ชนเหล่านั้น ก็มีรูปตัณหาไหลหลั่งไปทางจักษุ คือตัณหามีรูปเป็นอารมณ์สัมปยุตด้วย ชวนวิถีจิตอันเป็นไปแล้ว ย่อมเกิดจากจักขุทวารของชนเหล่านั้น. บทว่า ปสวติ ไหลไป คือ โดยภูมิตัณหาย่อมไหลไปถึงภวัคคพรหม โดยธรรม ย่อมไหลไปถึงโคตรภู. บทว่า สนฺทติ หลั่งไหล คือไหลไปสู่ปากเบื้องต่ำ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka