ความสงสัย เรียกว่า กถังกถา เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อนึ่ง ความโกรธ
ความเป็นผู้พูดเท็จและความสงสัย.
[๔๖๖] คำว่า และธรรมเหล่าใด ในคำว่า และธรรมเหล่าใด
อันพระสมณะตรัสรู้แล้ว ความว่า ธรรมทั้งหลายใด สหรคต เกิด
ร่วมกัน เกี่ยวข้องกัน ประกอบกัน มีความเกิดขึ้นคราวเดียวกัน มีความ
ดับคราวเดียวกัน มีวัตถุเดียวกัน มีอารมณ์เดียวกัน กับความโกรธ
ความเป็นผู้พูดเท็จ และความสงสัย ธรรมเหล่านี้ เรียกว่าธรรมเหล่าใด.
อีกอย่างหนึ่ง คำว่า ธรรมเหล่าใด คือกิเลสทั้งหลายมีชาติเป็นอย่างอื่น
ตั้งอยู่แล้วโดยอาการอื่น กิเลสเหล่านั้น เรียกว่าธรรมเหล่าใด. คำว่า อัน
พระสมณะตรัสแล้ว ความว่า อันพระพุทธะผู้เป็นสมณะมีบาปธรรมอัน
ระงับแล้ว เป็นพราหมณ์มีบาปธรรมอันลอยเสียแล้ว เป็นภิกษุมีมูลแห่ง
กิเลสอันทำลายแล้ว ผู้พ้นขาดจากอกุศลมูลเป็นเครื่องผูกทั้งปวง ตรัสไว้
แล้ว คือตรัสโดยทั่ว บอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก
ทำให้ตื้น ประกาศแล้ว เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า และธรรมเหล่าใดอัน
พระสมณะตรัสไว้แล้ว เพราะฉะนั้น พระพุทธนิมิตนั้น จึงตรัสถามว่า
ฉันทะในโลกมีอะไรเป็นนิทาน และความตัดสินใจ
มีมาแต่อะไร อนึ่ง ความโกรธ ความเป็นผู้พูดเท็จ และ
ความสงสัยมีมาแต่อะไร และธรรมเหล่าใดอันพระสมณะ
ตรัสไว้แล้ว ธรรมเหล่านั้นมีมาแต่อะไร.
[๔๖๗] (พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า) บัณฑิตทั้งหลาย
กล่าวธรรมใด คือความดีใจ ความเสียใจในโลก ฉันทะ