Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 136

เล่ม มมร. 66 หน้า 136 ข้อ 468 469 470
ย่อมมีมาเพราะอาศัยธรรมนั้น ชันตุชนเห็นความไม่มี และความมีในรูปทั้งหลาย ย่อมทำความตัดสินใจในโลก. [๔๖๘] คำว่า ความดีใจ ในคำว่า บัณฑิตทั้งหลายกล่าวธรรม ใด คือความดีใจ ความเสียใจ ในโลก ได้แก่สุขเวทนาและวัตถุที่น่า ปรารถนา. คำว่า ความเสียใจ ได้แก่ทุกขเวทนาและวัตถุที่ไม่น่า ปรารถนา. คำว่า บัณฑิตทั้งหลายกล่าวธรรมใด ...ในโลก คือบัณฑิต ทั้งหลายกล่าวบอก พูด แสดง แถลงธรรมใด เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า บัณฑิตทั้งหลายกล่าวธรรมใด คือความดีใจ ความเสียใจ ในโลก. [๔๖๙] คำว่า ฉันทะย่อมมีมาเพราะอาศัยธรรมนั้น ความว่า ฉันทะย่อมมีมา คือมีทั่วไป เกิด เกิดพร้อม บังเกิด บังเกิดเฉพาะ เพราะ อาศัย ความดีใจและความเสียใจ คืออาศัยสุขและทุกข์ โสมนัสและโทมนัส วัตถุที่น่าปรารถนาและวัตถุที่ไม่น่าปรารถนา ความยินดีและความยินร้าย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ฉันทะย่อมมีมาเพราะอาศัยธรรมนั้น. ว่าด้วยความเกิดแห่งรูป [๔๗๐] คำว่า ในรูปทั้งหลาย ในคำว่า เห็นความไม่มีและมี ในรูปทั้งหลาย ได้แก่มหาภูตรูป ๔ และอุปาทายรูปแห่งมหาภูตรูป ๔. ความมีแห่งรูปทั้งหลายเป็นไฉน. ความมี คือความเกิด ความเกิด- พร้อม ความบังเกิด ความบังเกิดเฉพาะ ความปรากฏแห่งรูปทั้งหลาย นี้ชื่อว่า ความมีแห่งรูปทั้งหลาย. ความไม่มีแห่งรูปทั้งหลายเป็นไฉน ความสิ้น ความเสื่อม ความ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka