Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 176

เล่ม มมร. 66 หน้า 176 ข้อ 519
สัญญาก็ไม่ใช่. ได้แก่ ท่านผู้เข้านิโรธ หรือสัตว์ไม่มีสัญญา. บทว่า น วิภูตสญฺี ไม่เป็นผู้ปราศจากสัญญา คือไม่เป็นผู้มีสัญญาก้าวล่วงแล้ว โดยนัยมีอาทิว่า สพฺพโส รูปสญฺานํ แห่งรูปสัญญาโดยประการทั้งปวง คือได้อรูปฌาน. บทว่า เอวํ สเมตสฺส วิโภติ รูปํ เมื่อปฏิบัติอย่างนี้รูปจึง ไม่มี คือบุคคลนั้นเมื่อจิตตั้งมั่นแล้วอย่างนี้ ไม่ตั้งอยู่ในความเป็นผู้มีสัญญา โดยสัญญานี้แล้ว ฯลฯ ย่อมนำจิตที่ท่านกล่าวไว้แล้วนั้นไป เพื่อได้ อากาสานัญจายตนสมาบัติ เพราะเหตุนั้นเมื่อบุคคลปฏิบัติอย่างนี้ คือมีความ พร้อมในอรูปมรรค รูปจึงไม่มี. บทว่า สญฺานิทานา หิ ปปญฺจสงฺขา เพราะส่วนแห่งธรรมที่เนิ่นช้ามีสัญญาเป็นนิทาน ท่านแสดงไว้ว่า แม้เมื่อ บุคคลปฏิบัติแล้วอย่างนี้ ธรรมที่เนิ่นช้ามีตัณหาเป็นต้น อันมีสัญญานั้น เป็นนิทานเป็นอันยังละไม่ได้เลย. บทว่า อสญฺญฺโน วุจฺจนฺติ นิโรธสมาปนฺนา ผู้เข้านิโรธท่านเรียกว่า เป็นผู้ไม่มีสัญญา คือผู้เข้านิโรธเพราะดับสัญญาและเวทนา ท่านกล่าวว่า เป็นผู้ไม่มีสัญญา เพราะสัญญาไม่มี. บทว่า อสญฺสตฺตา เป็นอสัญญีสัตว์ คือเกิดในอสัญญีภพ เพราะไม่มีสัญญาโดยประการทั้งปวง. บทว่า โส ใน บทนั้นว่า โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเต ได้แก่ ภิกษุนั้น เมื่อจิตเป็นสมาธิอยู่อย่าง นี้. บทว่า เอวํ นี้ แสดงถึงการก้าวไปสู่จตุตถฌาน. อธิบายว่า ได้จตุตถฌาน ตามลำดับนี้. บทว่า สมาหิเต คือ จิตเป็นสมาธิด้วยสมาธิในจตุตถฌานนี้. อนึ่ง ในบทว่า ปริสุทฺเธ เป็นต้น ได้แก่ จิตบริสุทธิ์ด้วยความบริสุทธิ์ แห่งอุเบกขาและสติ. ชื่อว่าจิตผุดผ่อง เพราะเป็นจิตบริสุทธิ์นั้นเอง. อธิบายว่า ผ่องใส. ชื่อว่าจิตไม่มีกิเลส เพราะกิเลสมีราคะเป็นต้น ถูก กำจัดออกไปด้วยการทำลายปัจจัยมีสุขเวทนาเป็นต้น ชื่อว่าจิตปราศจาก
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka