ชอบใจ ลัทธิของตน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ก็ถ้าเป็นผู้ผ่องแผ้วเพราะ
ทิฏฐิของตน.
[๕๓๗] คำว่า เป็นผู้มีปัญญาหมดจดดี เป็นผู้ฉลาด มีความ
รู้ไซร้ ความว่า เป็นผู้มีปัญญาหมดจด มีปัญญาหมดจดวิเศษ มีปัญญา
หมดจดรอบ มีปัญญาผ่องแผ้ว มีปัญญาผ่องใส อีกอย่างหนึ่ง เป็นผู้มี
ความเห็นหมดจด มีความเห็นหมดจดวิเศษ มีความเห็นหมดจดรอบ
มีความเห็นผ่องแผ้ว มีความเห็นผ่องใส เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เป็นผู้มี
ปัญญาหมดจดดี. คำว่า เป็นผู้ฉลาด ความว่า เป็นผู้ฉลาด เป็นบัณฑิต
มีปัญญา มีความรู้ มีญาณ มีปัญญาแจ่มแจ้ง มีปัญญาทำลายกิเลส เพราะ-
ฉะนั้น จึงชื่อว่า เป็นผู้มีปัญญาหมดจดดี เป็นผู้ฉลาด. คำว่า มีความรู้
ความว่า เป็นผู้มีความรู้ เป็นบัณฑิต มีปัญญา มีความตรัสรู้ มีญาณ
มีปัญญาแจ่มแจ้ง มีปัญญาทำลายกิเลส เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เป็นผู้มี
ปัญญาหมดจดดี เป็นผู้ฉลาด มีความรู้.
[๕๓๘] คำว่า บรรดาสมณพราหมณ์เหล่านั้น ใคร ๆ จะไซร้
เป็นผู้มีปัญญาเสื่อมรอบ ความว่า บรรดาสมณพราหมณ์เหล่านั้น ใคร ๆ
จะไม่เป็นผู้มีปัญญาเลว มีปัญญาทราม มีปัญญาต่ำช้า มีปัญญาลามก มี
ปัญญาสกปรก มีปัญญาต่ำต้อย สมณพราหมณ์ทั้งหมด จะเป็นผู้มีปัญญาเลิศ
มีปัญญาประเสริฐ มีปัญญาวิเศษ มีปัญญาเป็นประธาน มีปัญญาอุดม
มีปัญญาบวร เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า บรรดาสมณพราหมณ์พวกนั้น ใคร ๆ
จะไม่เป็นผู้มีปัญญาเสื่อมรอบ.
[๕๓๙] คำว่า เพราะทิฏฐิเป็นธรรมชาติอันสมณพราหมณ์
เหล่านั้นถือเอาบริบูรณ์อย่างนั้น ความว่า ทิฏฐิเป็นธรรมชาติอันสมณ-