Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 187

เล่ม มมร. 66 หน้า 187 ข้อ 540 541 542
พราหมณ์เหล่านั้นถือเอาบริบูรณ์ สมาทาน ถือ ยึดมั่น ถือมั่น ติดใจ น้อมใจไปอย่างนั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เพราะทิฏฐิเป็นธรรมชาติอัน สมณพราหมณ์เหล่านั้นถือเอาบริบูรณ์อย่างนั้น เพราะเหตุนั้น พระผู้มี- พระภาคเจ้าจึงตรัสตอบว่า ก็ถ้าพวกสมณพราหมณ์เป็นผู้ผ่องแผ้วเพราะทิฏฐิของ ตน เป็นผู้มีปัญญาหมดจดดี เป็นผู้ฉลาด มีความรู้ไซร้ บรรดาสมณพราหมณ์พวกนั้น ใคร ๆ จะไม่เป็นผู้มีปัญญา เสื่อมรอบ เพราะทิฏฐิเป็นธรรมชาติอันสมณพราหมณ์ แม้เหล่านั้น ถือเอาบริบูรณ์อย่างนั้น. [๕๔๐] คนคู่กล่าวปรารภทิฏฐิใดกะกันและกันว่าเป็นพาล ข้าพระองค์ไม่กล่าวทิฏฐินั้นว่าจริง พวกสมณพราหมณ์ ได้ทำทิฏฐิของตน ๆ ว่าจริง เพราะเหตุนั้นแหละ พวก สมณพราหมณ์จึงเห็นคนอื่นว่าเป็นพาล. [๕๔๑] ศัพท์ว่า น ในคำว่า ข้าพระองค์ไม่กล่าวทิฏฐินั้นว่าจริง เป็นศัพท์ปฏิเสธ. คำว่า ทิฏฐินั้น คือ ทิฏฐิ ๖๒ เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์ จึงไม่กล่าว บอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก ทำให้ตื้น ประกาศทิฏฐิ ๖๒ นั้นว่า จริง แท้ เป็นจริง เป็นตามจริง ไม่วิปริต เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ข้าพระองค์ไม่กล่าวทิฏฐินั้นว่าจริง. [๕๔๒] คำว่า คนคู่ ในคำว่า คนคู่กล่าวปรารภทิฏฐิใดกะกัน- และกันว่าเป็นพาล ความว่า คน ๒ คน ได้แก่คนสองคนผู้ความ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka