[๕๗๕] คำว่า เป็นผู้เมาด้วยความถือตัว มีความถือตัวเต็มรอบ
ความว่า เป็นผู้เมา เมาทั่ว เมาขึ้น เมายิ่ง ด้วยความถือตัว เพราะทิฏฐิ
ของตน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เป็นผู้เมาด้วยความถือตัว. คำว่า มีความ
ถือตัวเต็มรอบ ความว่า มีความถือตัวเต็มรอบ มีความถือตัวบริบูรณ์
มิได้บกพร่อง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เป็นผู้เมาด้วยความถือตัว มีความ
ถือตัวเต็มรอบ.
[๕๗๖] คำว่า อภิเษกตนเองด้วยใจ ความว่า ย่อมอภิเษกตน
เองด้วยจิตว่า เราเป็นผู้ฉลาด เป็นบัณฑิต มีปัญญา มีความรู้ มีญาณ
มีปัญญาแจ่มแจ้ง ปัญญาทำลายกิเลส เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า อภิเษกตน
เองด้วยใจ.
[๕๗๗] คำว่า เพราะทิฏฐิของเจ้าทิฏฐินั้นบริบูรณ์อย่างนั้น ความ
ว่า ทิฏฐินั้น ของเจ้าทิฏฐินั้น บริบูรณ์อย่างนั้น คือเป็นทิฏฐิอันเจ้าทิฏฐิ
นั้นสมาทาน ถือ ถือมั่น ยึดมั่น ติดใจ น้อมใจไปแล้วอย่างนั้น เพราะ
ฉะนั้น จึงชื่อว่า ทิฏฐิของเจ้าทิฏฐินั้น บริบูรณ์อย่างนั้น เพราะเหตุนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสตอบว่า
เจ้าทิฏฐินั้น เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยอติสารทิฏฐิ เป็นผู้
เมาด้วยความถือตัว มีความถือตัวเต็มรอบ อภิเษกตนเอง
ด้วยใจ เพราะทิฏฐิของเจ้าทิฏฐินั้น บริบูรณ์อย่างนั้น.
[๕๗๘] ก็ถ้าบุคคลเป็นผู้เลวเพราะคำของคนอื่นไซร้ บุคคล
นั้นย่อมเป็นคนมีปัญญาทรามพร้อมด้วยคนอื่นนั้น อีก