อย่างหนึ่ง ถ้าบุคคลเป็นเวทคู เป็นธีรชนเองไซร้ ใคร ๆ
ในบรรดาสมณพราหมณ์ ย่อมไม่เป็นคนพาล.
[๕๗๙] คำว่า ก็ถ้าบุคคลเป็นผู้เลวเพราะคำของคนอื่นไซร้
ความว่า ถ้าคนอื่นเป็นคนพาล เลว ทราม ต่ำช้า ลามก สกปรก ต่ำต้อย
เพราะคำ เพราะถ้อยคำ คือ เพราะเหตุนินทา ติเตียน ค่อนว่าของคน
อื่น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ก็ถ้าบุคคลเป็นผู้เลวเพราะคำของคนอื่นไซร้.
[๕๘๐] คำว่า บุคคลนั้นย่อมเป็นคนมีปัญญาทรามพร้อมด้วย
คนอื่นนั้น ความว่า แม้บุคคลนั้นก็เป็นผู้มีปัญญาเลว มีปัญญาทราม
มีปัญญาต่ำช้า มีปัญญาลามก มีปัญญาสกปรก มีปัญญาต่ำต้อย พร้อม
ด้วยคนอื่นนั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า บุคคลนั้นย่อมเป็นคนมีปัญญาทราม
พร้อมด้วยคนอื่นนั้น.
[๕๘๑] คำว่า อีกอย่างหนึ่ง ถ้าบุคคลเป็นเวทคู เป็นธีรชนเอง
ไซร้ ความว่า บุคคลเป็นธีรชน เป็นบัณฑิต เป็นผู้มีปัญญา มีความรู้
มีญาณ มีปัญญาแจ่มแจ้ง มีปัญญาทำลายกิเลส เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า
อีกอย่างหนึ่ง ถ้าบุคคลเป็นเวทคู เป็นธีรชนเองไซร้.
[๕๘๒] คำว่า ใคร ๆ ในบรรดาสมณพราหมณ์ ย่อมไม่เป็น
คนพาล ความว่า ใคร ๆ ในบรรดาสมณพราหมณ์ เป็นคนพาล เลว
ทราม ต่ำช้า ลามก สกปรก ต่ำต้อย ไม่มี คือ คนทั้งหมดนั่นแหละ
จะเป็นผู้มีปัญญาเลิศ มีปัญญาประเสริฐ มีปัญญาวิเศษ มีปัญญาใหญ่
มีปัญญาอุดม มีปัญญาบวร เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ใคร ๆ ในบรรดา
สมณพราหมณ์ ย่อมไม่เป็นคนพาล เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า
จึงตรัสตอบว่า