[๖๗๖] ก็นรชนผู้กล่าวด้วยถือมั่น เป็นผู้อันใคร ๆ ไม่พึง
แนะนำให้ดีได้ เป็นผู้เชิดทิฏฐิกำหนดไว้ในเบื้องหน้า
อาศัยวัตถุใด ก็กล่าววัตถุนั้นว่างามในเพราะทิฏฐิ นรชน
ผู้กล่าวความหมดจดนั้น ได้เห็นว่าแท้ในทิฏฐินั้น.
[๖๗๗] คำว่า ก็นรชนผู้กล่าวด้วยความถือมั่น เป็นผู้อันใคร ๆ
ไม่พึงแนะนำให้ดีได้ ความว่า นรชนผู้กล่าวด้วยความถือมั่นว่า โลกเที่ยง
สิ่งนี้แหละจริง สิ่งอื่นเปล่า ผู้กล่าวด้วยความถือมั่นว่า โลกไม่เที่ยง ฯลฯ
สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเป็นอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เป็นอีกก็หามิได้ สิ่ง
นี้แหละจริง สิ่งอื่นเปล่า. คำว่า เป็นผู้อันใคร ๆ ไม่พึงแนะนำให้ดีได้
ความว่า นรชนผู้กล่าวด้วยความถือมั่น เป็นผู้อันใคร ๆ ยากที่จะแนะนำ
ได้ ยากที่จะให้รู้ได้ ยากที่จะให้เข้าใจได้ ยากที่จะให้เห็นได้ ยากที่จะ
ให้เลื่อมใสได้ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ก็นรชนผู้กล่าวด้วยความถือมั่น
เป็นผู้อันใคร ๆไม่พึงแนะนำให้ดีได้.
[๖๗๘] คำว่า เป็นผู้เชิดทิฏฐิที่กำหนดไว้ในเบื้องหน้า ความว่า
เป็นผู้เชิดทิฏฐิที่กำหนด ปรุงแต่ง ตั้งอยู่ดีแล้ว ไว้ในเบื้องหน้า คือทำ
ทิฏฐิออกหน้าเที่ยวไป มีทิฏฐิเป็นธงชัย มีทิฏฐิเป็นธงยอด มีทิฏฐิเป็น
ใหญ่ ถูกทิฏฐิห้อมล้อมเที่ยวไป เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เป็นผู้เชิดทิฏฐิที่
กำหนดไว้ในเบื้องหน้า.
[๖๗๙] คำว่า อาศัยวัตถุใด ในคำว่า อาศัยวัตถุใด ก็กล่าว
วัตถุนั้นว่างามในเพราะทิฏฐินั้น ความว่า อาศัย อิงอาศัย พัวพัน เข้าถึง
ติดใจ น้อมใจ ถึงแล้ว ซึ่งวัตถุ คือศาสดา ธรรมที่ศาสดาบอก หมู่คณะ