Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 249

เล่ม มมร. 66 หน้า 249 ข้อ 680
ทิฏฐิ ปฏิปทา มรรค เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อาศัยวัตถุใด. คำว่า ใน เพราะทิฏฐนั้น ความว่า ในเพราะทิฏฐิ ความควร ความชอบใจ ลัทธิ ของตน. คำว่า ก็กล่าววัตถุนั้นว่างาม ความว่า เป็นผู้กล่าววัตถุนั้นว่างาม กล่าวว่าดี กล่าวว่าเป็นบัณฑิต กล่าวว่าเป็นธีรชน กล่าวว่ามีญาณ กล่าว โดยลักษณะ กล่าวโดยการณะ กล่าวโดยฐานะ โดยลัทธิของตน เพราะ- ฉะนั้น จึงชื่อว่า อาศัยวัตถุใด ก็กล่าววัตถุนั้นว่างามในเพราะทิฏฐิ. [๖๘๐] คำว่า ผู้กล่าวความหมดจด ในคำว่า ผู้กล่าวความ หมดจดนั้น ได้เห็นว่าแท้ในทิฏฐินั้น ความว่า กล่าวความหมดจด กล่าวความหมดจดวิเศษ กล่าวความหมดจดรอบ กล่าวความขาว กล่าวความขาวรอบ อีกอย่างหนึ่ง ผู้มีความเห็นความหมดจด มีความ เห็นหมดจดวิเศษ มีความเห็นความหมดจดรอบ มีความเห็นความขาว มีความเห็นความขาวรอบ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้กล่าวความหมดจด. คำว่า ในทิฏฐินั้น คือในทิฏฐิ ความควร ความชอบใจ ลัทธิของตน. คำว่า ได้เห็นว่าแท้ ความว่า ได้เห็น ได้พบ ได้ประสบ ได้แทงตลอด ว่า แท้ แน่นอน จริง เป็นตามจริง ไม่วิปริต เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นรชนผู้กล่าวความหมดจดนั้น ได้เห็นว่าแท้ในทิฏฐินั้น เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสตอบว่า นรชนผู้กล่าวด้วยความถือมั่น เป็นผู้อันใคร ๆ ไม่ พึงแนะนำให้ดีได้ เป็นผู้เชิดทิฏฐิที่กำหนดไว้ในเบื้องหน้า อาศัยวัตถุใดก็กล่าววัตถุนั้นว่างามในเพราะทิฏฐินั้น นรชน ผู้กล่าวความหมดจดนั้น ได้เห็นว่าแท้ในทิฏฐินั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka