ถือว่าเป็นตนของเรา. หรือถือวัตถุว่านี้เป็นของเรา. บทว่าอสตา จ น โสจติ
และผู้ใดย่อมไม่เศร้าโศก เพราะสิ่งที่ถือว่าของเราไม่มีอยู่ คือไม่เศร้าโศก
เพราะเหตุไม่มีความยินดี เพราะความไม่มีอยู่เป็นเหตุ. บทว่า น ชียติ
คือ ไม่ถึงความเสื่อม. บทว่า อหุ วต เม คือ นามรูปของเราได้มีแล้วหนอ.
บทว่า ตํ วต เม นตฺถิ นามรูปย่อมไม่มีแก่เราหนอ คือนามรูปที่ได้
มีแล้วในอดีต บัดนี้ ไม่มีแก่เรา. บทว่า สิยา วต เม นามรูปของเรา
พึงมีหนอ คือเราไม่ได้นามรูปที่จักมีแก่เราหนอ บัดนี้เราจะไม่บรรลุ
โดยส่วนเดียว. มีอะไรยิ่งไปกว่านั้นอีก.
พึงทราบคาถามีอาทิว่า ยสฺส นตฺถิ ย่อมไม่มีแก่ผู้ใด ดังนี้ต่อไป.
ในบทเหล่านั้น บทว่า กิญฺจนํ ความกังวล คือธรรมชาติมีรูป
เป็นต้นอะไร ๆ. บทว่า อภิสงฺขตํ คือ อันกรรมควบคุมแล้ว. บทว่า
อภิสญฺเจตยิกํ คือ อันจิตประมวลเข้าแล้ว. บทว่า อวิชฺชาย เตฺวว ตัดบท
เป็น อวิชฺชาย ตุ เอว. บทว่า อเสสวิราคนิโรธา เพราะดับด้วยความ
สำรอกโดยไม่เหลือ คือเพราะดับโดยไม่เหลือด้วยมรรค อันได้แก่ความ
สำรอก.
บทว่า สุญฺโต โลกํ อเวกฺขสฺสุ จงพิจารณาเห็นโลกโดยความ
เป็นของสูญ คือจงดูโลกโดยความเป็นของสูญด้วยอาการสองอย่าง คือ
ด้วยการกำหนดความไม่เป็นไปในอำนาจ ๑ ด้วยเข้าไปพิจารณาสังขารโดย
ความเป็นของเปล่า ๑. บทว่า อตฺตานุทิฏฺึ โอหจฺจ ถอนอัตตานุสทิฏฐิ
(ความเห็นเป็นตัวตน) เสียแล้ว คือถอนสักกายทิฏฐิ (ความเห็นเป็นเหตุ
ถือตัวถือตน). บทว่า เอวํ มจฺจุตโร สิยา พึงเป็นผู้ข้ามมัจจุราชได้
ด้วยอาการอย่างนี้ คือพึงเป็นผู้ข้ามมรณะได้ด้วยอาการอย่างนี้. บทว่า เอวํ