โลกํ อเวกฺขนฺตํ มัจจุราชย่อมไม่เห็นผู้พิจารณาเห็นโลกอย่างนี้. บทว่า
มจฺจุราชา น ปสฺสติ คือ มัจจุราชไม่เหลียวแลดู. บทว่า นาญฺํ
ปฏฺยเต กิญฺจิ บุคคลไม่ปรารถนาอะไร ๆ อื่น คือไม่ปรารถนาไม่ต้อง
การอย่างอื่นแม้มีประมาณน้อย. บทว่า อญฺตฺร อปฺปฏิสนฺธิยา คือ นอก
จากนิพพานอันไม่มีปฏิสนธิ อาจารย์ทั้งหลายกล่าวทำเป็นบทเดียวด้วย
ประการฉะนี้. มีอะไรยิ่งไปกว่านั้นอีก.
พึงทราบคาถามีอาทิว่า อนิฏฺฐุรี ไม่มีริษยา ดังนี้เป็นต้นต่อไป.
ในบทเหล่านั้น บทว่า อนิฏฺฐุรี คือ ไม่มีริษยา. อาจารย์บางพวกกล่าว
ว่า อนิฏฺรี บ้าง. บทว่า สพฺพธิ สโม คือ เป็นผู้เสมอในอายตนะ
ทั้งปวง. อธิบายว่า เป็นผู้วางเฉย. ท่านอธิบายไว้อย่างไร. พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ผู้ใดไม่เศร้าโศกว่า นั้นไม่มีแก่เรา เราถูกถามถึง
บุคคลผู้ไม่หวั่นไหว ก็บอกอานิสงส์ ๔ อย่างในบุคคลนั้นนี้ว่า บุคคล
เป็นผู้ไม่มีริษยา ไม่ตามติดใจ ไม่หวั่นไหว เป็นผู้เสมอในอายตนะ
ทั้งปวง.
บทว่า นิฏฺฐุริโย คือ เป็นผู้ริษยา. ความเป็นผู้ริษยา ชื่อว่า
นิฏฺฐุริยํ คือ เป็นผู้ริษยา. ความเป็นผู้ริษยา ชื่อว่า นิฏฺฐุริยํ อธิบายว่า
คุณแม้มีประมาณน้อยก็ย่อมไม่มี เพราะอาศัยความเป็นผู้ริษยานั้น เพราะ-
ฉะนั้น จึงชื่อว่า เขฬปาตนํ ถ่มน้ำลาย. บทว่า นิฏฺฐุริยกมฺนํ คือ
การทำความเป็นผู้ริษยา. จริงอยู่ คฤหัสถ์อาศัย คฤหัสถ์อยู่ หรือภิกษุอาศัย
ภิกษุอยู่ ครั้นโกรธด้วยเหตุเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก็พูดว่าอาศัยผู้นั้นแล้ว
ไม่มีคุณแม้สักน้อย จึงทำเสมือนชื่อว่าความเป็นผู้ริษยา เสมือนถ่มน้ำลาย
แล้วเอาเท้าขยี้ฉะนั้น การกระทำของผู้นั้นเรียกว่า นิฏฐุริยกรรม คือ