[๙๘๓] คำว่า พึงปราบปรามราคะเหล่านั้น คือ ราคะในรูป
เสียง กลิ่น รส และผัสสะ ความว่า พึงปราบ ปราบปราม ครอบงำ
ครอบงำเฉพาะ กำจัด ย่ำยี ซึ่งราคะในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏ-
ฐัพพะทั้งหลาย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พึ่งปราบปรามราคะเหล่านั้น คือ
ราคะในรูป เสียง กลิ่น รส และผัสสะ เพราะเหตุนั้น พระผู้มี-
พระภาคเจ้าจึงตรัสว่า
ลำดับต่อไป ภิกษุพึงเป็นผู้มีสติศึกษาเพื่อกำจัดราคะ
เหล่าใด ราคะเหล่านั้นเป็นธุลี ๕ ประการในโลก ภิกษุ
พึงปราบปรามราคะเหล่านั้น คือราคะในรูป เสียง กลิ่น
รส และผัสสะ.
[๙๘๔] ภิกษุเป็นผู้มีสติ มีจิตพ้นวิเศษดีแล้ว พึงกำจัดฉันทะ
ในธรรมเหล่านั้น ภิกษุนั้น เมื่อกำหนดพิจารณาธรรม
โดยชอบตามกาล เป็นผู้มีจิตเป็นธรรมเอกผุดขึ้น พึง
กำจัดความมืดเสีย พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่าดังนี้.
[๙๘๕] คำว่า เหล่านั้น ในคำว่า พึงกำจัดฉันทะในธรรม
เหล่านั้น ความว่า ในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ. ชื่อว่าฉันทะ
คือความพอใจในกาม ความกำหนัดในกาม ความเพลินในกาม ความ
ปรารถนาในกาม ความเสน่หาในกาม ความเร่าร้อนในกาม ความหลง
ในกาม ความติดใจในกาม กามโอฆะ กามโยคะ กามุปาทาน กาม-
ฉันทนิวรณ์ในกามทั้งหลาย. คำว่า พึงกำจัดฉันทะในธรรมเหล่านั้น
ความว่า พึงกำจัด กำจัดเฉพาะ ละ บรรเทา ทำให้สิ้นไป ให้ถึง