Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 40

เล่ม มมร. 67 หน้า 40 ข้อ 99
ตั้งแต่ขณะแรก (อุปาทขณะ ). บทว่า อตฺถงฺคมโต นิโรโธ คือ เมื่อ แตกดับ ความดับย่อมปรากฏ. บทว่า กมฺมนิสฺสิโต วิปาโก วิบาก อาศัยกรรม คือกุศลวิบากและอกุศลวิบาก ท่านเรียกว่า วิบากอาศัยกรรม เพราะไม่ละกรรมเป็นไป. บทว่า วิปากนิสฺสิตํ กมฺมํ กรรมอาศัยวิบาก คือกุศลกรรมและอกุศลกรรม ท่านเรียกว่า กรรมอาศัยวิบาก เพราะ กระทำโอกาสแก่วิบากตั้งอยู่. บทว่า นามนิสฺสิตํ รูปํ รูปอาศัยนาม คือรูปในปัญจโวการภพ (ภพที่มีขันธ์ ๕ ) ท่านเรียกว่า รูปอาศัยนาม เพราะไม่ละนามเป็นไป. บทว่า รูปนิสฺสิตํ นามํ นามอาศัยรูป คือ นามในปัญจโวการภพ ท่านเรียกว่า นามอาศัยรูป เพราะไม่ละรูปเป็นไป. บทว่า สวนฺติ สพฺพธิ โสตา กระแสทั้งหลายย่อมไหลไปใน อายตนะทั้งปวง คือกระแสทั้งหลายมีตัณหาเป็นต้น ย่อมไหลไปในอายตนะ มีรูปเป็นต้นทั้งปวง. บทว่า โสตานํ กึ นิวารณํ คือ อะไรเป็นเครื่อง กั้น อะไรเป็นเครื่องรักษากระแสเหล่านั้น. บทว่า สํวรํ พฺรูหิ ขอ พระองค์จงตรัสบอกธรรมเป็นเครื่องกั้นกระแสทั้งหลายเหล่านั้น. อชิต- มาณพทูลถามถึงการละธรรมที่เป็นเครื่องกั้นกระแสที่เหลือด้วยบทนี้. บท ว่า เกน โสตา ปิถิยฺยเร กระแสทั้งหลายอันอะไรปิดกั้นไว้ คือกระแส เหล่านั้นอันธรรมอะไรปิดกั้นไว้ คือตัดขาด. ด้วยบทนี้ อชิตมาณพทูล ถามถึงการละกระแสที่ไม่เหลือ. บทว่า สวนฺติ ย่อมไหลไป คือย่อม เกิดขึ้น. บทว่า อาสวนฺติ ย่อมไหลหลั่ง คือไหลลงเบื้องต่ำ. บทว่า สนฺทนฺติ ย่อมเลื่อนไป คือไหลไปไม่มีสิ้นสุด. บทว่า ปวตฺตนฺติ ย่อม เป็นไป คือเป็นไปบ่อย ๆ. บทว่า สติ เตสํ นิวารณํ สติเป็นเครื่องกั้นกระแสเหล่านั้น คือ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka