Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 46

เล่ม มมร. 67 หน้า 46 ข้อ 99
พึงทราบวินิจฉัยในบทนี้ว่า สกทาคามิมคฺคาเณน ด้วยสกทาคา- มิมรรคญาณเป็นต้น ชื่อว่าสกทาคามี เพราะมาสู่โลกนี้คราวเดียวเท่านั้น ด้วยอำนาจปฏิสนธิ. มรรคแห่งสกทาคามีนั้น ชื่อว่าสกทาคามิมรรค. ด้วย ญาณอันประกอบด้วยมรรคนั้น. บทว่า เทฺว ภเว เปตฺวา เว้นภพ ๒ คือเว้นภพ ๒ อันเป็นกามธาตุ ด้วยอำนาจการปฏิสนธิ. บทว่า ปญฺจสุ ภเวสุ คือ (เกิด) ในภพ ๕ อัน เหลือจากภพ ๒ นั้น. บทว่า เอตฺเถเต นิรุชฺฌนฺติ คือ ธรรมเหล่านี้ย่อมดับไป โดยนัยที่กล่าวแล้วด้วยสกทาคามิ- มรรค ณ ที่นี้. บทว่า เอกํ ภวํ เปตฺวา เว้นภพ ๑ คือเว้นภพ ๑ ด้วยรูปธาตุหรืออรูปธาตุ ด้วยอำนาจแห่งความอุกฤษฏ์. บทว่า รูป- ธาตุยา วา อรูปธาตุยา วา ได้แก่ รูปธาตุและอรูปธาตุในภพที่ ๒. ในบทว่า นามญฺจ รูปญฺจ นี้ ในรูปภพได้แก่ นามและรูป ในอรูปภพ ได้แก่ นามเท่านั้น. บทว่า เอตฺเถเต นิรุชฺฌนฺติ ได้แก่ ธรรมอัน เป็นนามและรูปเหล่านี้ ย่อมดับไปโดยนัยดังกล่าวแล้ว ด้วยอรหัตมรรค ณ ที่นี้. บทว่า อรหโต ได้แก่ พระขีณาสพ ได้ชื่อว่าพระอรหันต์เพราะ เป็นผู้ไกลจากกิเลสทั้งหลาย. บทว่า อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ด้วยนิพพานธาตุอันเป็นอนุปาทิเสส คือนิพพานธาตุมี ๒ อย่าง เป็น อุปาทิเสสนิพพานและอนุปาทิเสสนิพพาน. ในบทนั้นชื่อว่า อุปาทิ เพราะยึดมั่น คือยึดถือมั่นว่า เรา ของเรา. บทนี้เป็นชื่อของขันธ์ ๕. อุปาทิอันเหลือชื่อว่า อุปาทิเสสะ. ชื่อว่า สอุ- ปาทิเสสะ เพราะเป็นไปกับด้วยเบญจขันธ์ที่เหลืออยู่. ชื่อว่า อนุปาทิ- เสสะ เพราะไม่มีเบญจขันธ์เหลืออยู่. อนุปาทิเสสะนี้. ด้วยนิพพานธาตุ อันเป็นอนุปาทิเสสะนั้น. บทว่า นิพฺพายนฺตสฺส ได้แก่ ดับ คือเป็นไป
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka