เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
ท่านได้ถามเหตุแห่งทุกข์กะเราแล้ว เรารู้อยู่อย่างไร
ก็จะบอกเหตุนั้นแก่ท่าน ทุกข์ทั้งหลาย มีชนิดเป็นอันมาก
อย่างใดอย่างหนึ่งในโลก มีอุปธิเป็นเหตุ ย่อมเกิดขึ้น.
[๑๕๖] ผู้ใดแลมิใช่ผู้รู้ ย่อมทำอุปธิ ผู้นั้นเป็นคนเขลา ย่อม
เข้าถึงทุกข์บ่อย ๆ เพราะเหตุนั้น บุคคลผู้รู้อยู่ ไม่พึง
ทำอุปธิ เป็นผู้พิจารณาเหตุเกิดแห่งทุกข์.
[๑๕๗] คำว่า โย ในอุเทศว่า " โย เว อวิทฺวา อุปธึ กโรติ "
ดังนี้ ความว่า กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คฤหัสถ์ บรรพชิต
เทวดา หรือมนุษย์ผู้ใด คือ เช่นใด ควรอย่างไร ชนิดใด ประการใด
ถึงฐานะใด ประกอบด้วยธรรมใด.
คำว่า อวิทฺวา ความว่า ไม่รู้ คือ ไปแล้วในอวิชชา ไม่มีญาณ
ไม่มีปัญญาแจ่มแจ้ง มีปัญญาทราม.
คำว่า อุปธึ กโรติ ความว่า กระทำซึ่งตัณหูปธิ . . . อุปธิ คือ
หมวดวิญญาณ ๖ คือ ให้เกิด ให้เกิดพร้อม ให้บังเกิด เพราะฉะนั้น
จึงชื่อว่า มิใช่ผู้รู้กระทำอุปธิ.
[๑๕๘] คำว่า ปุนปฺปุนํ ทุกฺขมุเปติ ในอุเทศว่า " ปุนปฺปุนํ
ทุกฺขมุเปติ มนฺโท " ดังนี้ ความว่า ย่อมถึง คือ เข้าถึง เข้าไปถึง ย่อม
จับ ย่อมลูบคลำ ย่อมยึดมั่น ซึ่งชาติทุกข์ ชราทุกข์ พยาธิทุกข์ มรณ-
ทุกข์ ทุกข์คือความโศก ความร่ำไร ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ
ความคับแค้นใจบ่อย ๆ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เข้าถึงทุกข์บ่อย ๆ.