Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 121

เล่ม มมร. 67 หน้า 121 ข้อ 166 167
เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า จริงอย่างนั้น ธรรมนี้อันพระองค์ทรงทราบ แล้ว. เพราะเหตุนั้น พราหมณ์นั้นจึงกล่าวว่า ข้าพระองค์ได้ทูลถามแล้วซึ่งปัญหาใด พระองค์ได้ ตรัสบอกปัญหานั้นแล้วแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์ ทั้งหลายจะขอทูลถามปัญหาข้ออื่น ขอพระองค์โปรดตรัส บอกปัญหานั้น ธีรชนทั้งหลายย่อมข้ามซึ่งโอฆะ ชาติ ชรา โสกะ และปริเทวะได้อย่างไรหนอ พระองค์เป็น พระมุนี ขอทรงโปรดแก้ปัญหานั้นแก่ข้าพระองค์ทั้งหลาย ด้วยดี แท้จริง ธรรมนั้นอันพระองค์ทรงทราบแล้ว. [๑๖๖] (พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนเมตตคู) เราจักบอกธรรมในธรรมที่เราเห็นแล้ว อันประจักษ์ แก่ตน ที่บุคคลทราบแล้ว เป็นผู้มีสติเที่ยวไป พึงข้าม ตัณหาอันเกาะเกี่ยวในอารมณ์ต่าง ๆ ในโลกแก่ท่าน. [๑๖๗] คำว่า เราจักบอกธรรม ... แก่ท่าน ความว่า เราจักบอก ... ประกาศซึ่งพรหมจรรย์ อันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง และสติปัฏ- ฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘ นิพพาน และปฏิปทาอันให้ถึงนิพพาน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เราจักบอกธรรมแก่ท่าน พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกพราหมณ์ นั้นโดยชื่อว่า เมตตคู.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka