Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 129

เล่ม มมร. 67 หน้า 129 ข้อ 180
และวิญญาณอันสหรคตด้วยอภิสังขารในธรรมเหล่านี้ เพราะฉะนั้น จึง ชื่อว่า ท่านจงบรรเทาความยินดี ความพัวพัน และวิญญาณในธรรม เหล่านี้. ภพมี ๒ คือ กรรมภพ ๑ ภพใหม่อันมีในปฏิสนธิ ๑ ชื่อว่า ภพ ในอุเทศว่า " ภเว น ติฏฺเ " กรรมภพเป็นไฉน ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร อเนญชาภิสังขาร นี้เป็นกรรมภพ. ภพใหม่อันมีใน ปฏิสนธิเป็นไฉน รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อันมีในปฏิสนธิ นี้เป็นภพใหม่อันมีในปฏิสนธิ. คำว่า ภเว น ติฏฺเ ความว่า เมื่อละขาด บรรเทา ทำให้สิ้นสุด ให้ถึงความไม่มีซึ่งความยินดี ความพัวพัน วิญญาณอันสหรคตด้วยอภิ- สังขาร กรรมภพ และภพใหม่อันมีในปฏิสนธิ ไม่พึงตั้งอยู่ในปฏิสนธิ ไม่พึงอยู่ในกรรมภพ ไม่พึงดำรงอยู่ ไม่พึงประดิษฐานอยู่ในภพใหม่ อันมีในปฏิสนธิ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ท่านจงบรรเทา ... วิญญาณไม่ พึงตั้งอยู่ในภพ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า ท่านย่อมรู้ธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นธรรมชั้น สูง ชั้นต่ำ และชั้นกลาง ส่วนกว้าง ท่านจงบรรเทา ความยินดี ความพัวพัน และวิญญาณในธรรมเหล่านั้น เสีย ไม่พึงตั้งอยู่ในภพ. [๑๘๐] ภิกษุผู้มีปกติอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท มีความ รู้แจ้ง ละความยึดถือว่าเป็นของเราแล้ว เที่ยวไป พึงละ ชาติ ชรา ความโศกและความรำพัน อันเป็นทุกข์ใน อัตภาพนี้เสียทีเดียว.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka