Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 133

เล่ม มมร. 67 หน้า 133 ข้อ 185 186 187
เป็นแน่ จริงอย่างนั้น ธรรมนั้นอันพระองค์ทรงทราบ แล้ว. [๑๘๕] คำว่า เอตํ ในอุเทศว่า " เอตาภินนฺทามิ วโจ มเหสิโน " ดังนี้ ความว่า ถ้อยคำ ทางถ้อยคำ เทศนา อนุสนธิของ พระองค์. คำว่า อภินนฺทามิ ความว่า ย่อมยินดี คือ ชอบใจ เบิกบาน อนุโมทนา ปรารถนา พอใจ ขอประสงค์ รักใคร่ ติดใจ. คำว่า มเหสิโน ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสวงหา เสาะหา ค้นหา ศีลขันธ์ใหญ่ ฯ ล ฯ พระนราสภประทับที่ไหน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ข้าพระองค์ชอบใจพระดำรัสของพระองค์ ผู้แสวงหาคุณอัน ยิ่งใหญ่. [๑๘๖] คำว่า สุกิตฺติตํ ในอุเทศว่า " สุกิตฺติตํ โคตม นูปธีกํ " ดังนี้ ความว่า อันพระองค์ตรัสแล้ว คือ ตรัสบอก ... ทรงประกาศแล้ว เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ตรัสดีแล้ว. กิเลสทั้งหลายก็ดี ขันธ์ก็ดี อภิสังขารก็ดี ท่านกล่าวว่า อุปธิ ในอุเทศว่า " โคตม นูปธีกํ " เป็นธรรมที่ละอุปธิ คือ เป็นที่สงบอุปธิ ที่สละคืนอุปธิ ที่ระงับอุปธิ อมตนิพพาน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ข้าแต่ พระโคดม ... ตรัสดีแล้ว เป็นธรรมไม่มีอุปธิ. [๑๘๗] คำว่า อทฺธา ในอุเทศว่า " อทฺธา หิ ภควา ปหาสิ ทุกฺขํ " ดังนี้ เป็นเครื่องกล่าวโดยส่วนเดียว เป็นเครื่องกล่าวโดยไม่มี ความสงสัย เป็นเครื่องกล่าวโดยไม่มีความเคลือบแคลง เป็นเครื่องกล่าว โดยไม่เป็นสองแง่ เป็นเครื่องกล่าวแน่นอน เป็นเครื่องกล่าวไม่ผิด.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka