Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 135

เล่ม มมร. 67 หน้า 135 ข้อ 190 191 192
พระองค์ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าพึงตรัสสอนข้าพระองค์ บ่อย ๆ. [๑๙๐] คำว่า เต จาปิ ในอุเทศว่า " เต จาปิ นูน ปชเหยฺยุํ ทุกฺขํ " ดังนี้ คือ กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คฤหัสถ์ บรรพชิต เทวดา มนุษย์ พึงละได้. คำว่า ทุกฺขํ ความว่า พึงละ คือ พึงบรรเทา ทำให้สิ้นสุด ให้ถึง ความไม่มีซึ่งชาติทุกข์ ... ความคับแค้นใจ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ก็แม้ ชนเหล่านั้นพึงละทุกข์ได้เป็นแน่. [๑๙๑] คำว่า เย ในอุเทศว่า " เย ตฺวํ มุนี อฏฺิตํ โอวเทยฺย " ดังนี้ คือ กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คฤหัสถ์ บรรพชิต เทวดา มนุษย์ เมตตคูพราหมณ์ย่อมกล่าวกับพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ตฺวํ. ญาณ เรียกว่า โมนะ ในคำว่า มุนี ฯ ล ฯ บุคคลนั้นล่วงแล้ว ซึ่งราคาทิธรรมเป็นเครื่องข้องและตัณหาเป็นดังว่าข่าย ย่อมเป็นมุนี. คำว่า อฏฺิตํ โอวเทยฺย ความว่า ตรัสสอนโดยเอื้อเฟื้อ คือ ตรัส สอนเนือง ๆ ตรัสสอน พร่ำสอนบ่อย ๆ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พระ- องค์เป็นพระมุนีตรัสสอนชนเหล่าใดบ่อย ๆ. [๑๙๒] เมตตคูพราหมณ์กล่าวกับพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ตํ ใน อุเทศว่า ตนฺตํ นมสฺสามิ สเมจฺจ นาคํ. คำว่า นมสฺสามิ ความว่า ข้าพระองค์ขอนมัสการ คือ ขอสักการะ เคารพ นับถือ บูชาด้วยกาย ด้วยจิต ด้วยข้อปฏิบัติอันเป็นไปตาม ประโยชน์ หรือด้วยการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka