Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 145

เล่ม มมร. 67 หน้า 145 ข้อ 202
ตัณหานี้แล้ว... เผาเสียแล้วด้วยไฟคือญาณ นรชนนั้นตรัสว่า ไม่มี ความหวัง. ความเกิด ความเกิดพร้อม ... ความได้เฉพาะซึ่งอายตนะทั้งหลาย ในหมู่สัตว์นั้น ๆ แห่งสัตว์นั้น ๆ ชื่อว่า ชาติ. ความแก่ ความเสื่อม ... ความแก่แห่งอินทรีย์ทั้งหลายในหมู่สัตว์นั้น ๆ เเห่งสัตว์นั้น ๆ ชื่อว่า ชรา. ความตาย ความจุติ ... ความทอดทิ้งซากศพ ความขาดแห่งชีวิตินทรีย์ ทั้งหลาย จากหมู่สัตว์นั้น ๆ แห่งสัตว์นั้น ๆ ชื่อว่า มรณะ. คำว่า นรชน นั้นเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่มีความทุกข์ ไม่มีความหวัง เรากล่าวว่า นรชนนั้นได้ข้ามแล้ว ซึ่งชาติ ชรา ความว่า นรชนนั้นใดเป็นผู้ปราศจาก ตัณหา ไม่มีทุกข์ ไม่มีความหวัง เรากล่าว บอก ... ประกาศว่า นรชน นั้นได้ข้ามแล้ว คือ ข้ามพ้น ก้าวล่วง เป็นไปล่วง ซึ่งชาติ ชราและ มรณะ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นรชนนั้นเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่มีทุกข์ ไม่มีความหวัง เรากล่าวว่า นรชนนั้นได้ข้ามแล้ว ซึ่งชาติและชรา เพราะ เหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า นรชนใดในศาสนานี้ มีความรู้ เป็นเวทคู สลัดแล้ว ซึ่งบาปธรรมเป็นเครื่องข้องนี้ ในภพน้อยและภพใหญ่ นรชนนั้นเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่มีทุกข์ ไม่มีความหวัง เรากล่าวว่านรชนนั้นได้ข้ามแล้วซึ่งชาติและชรา. พร้อมด้วยเวลาจบพระคาถา เมตตคูพราหมณ์ ฯ ล ฯ นั่งประนม อัญชลีนมัสการพระผู้มีพระภาคเจ้าประกาศว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka