Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 146

เล่ม มมร. 67 หน้า 146 ข้อ 202
พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นศาสดาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เป็นสาวก ดังนี้ แล. จบเมตตคูมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๔ อรรถกถาเมตตคูมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๔ พึงทราบวินิจฉัยใน เมตตคูสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้. บทว่า มญฺามิ ตํ เวทคุํ ภาวิตตฺตํ คือ ข้าพระองค์ย่อมสำคัญซึ่ง พระองค์ว่าเป็นผู้จบเวท มีพระองค์อันให้เจริญแล้ว. บทว่า อปริตฺโต คือ ไม่น้อย. บทว่า มหนฺโต มาก คือ ไม่เล็ก น้อย. บทว่า คมฺภีโร ลึกซึ้ง คือไม่ง่าย. บทว่า อปฺปเมยฺโย ประมาณ ไม่ได้ คือ ไม่สามารถจะนับได้. บทว่า ทุปฺปริโยคาฬฺโห คือ ยากที่จะ หยั่งลงได้. บทว่า พหุรตโน สาครูปโม มีธรรมรัตนะมาก เปรียบ เหมือนทะเลหลวง คือ มีธรรมรัตนะมาก เพราะเป็นบ่อเกิดของธรรม- รัตนะมาก เช่นกับสาคร คือ ดุจสมุทรอันบริบูรณ์ด้วยรัตนะหลาย ๆ อย่าง. บทว่า น มงฺกุ โหติ ไม่ทรงเก้อเขิน คือ ไม่ทรงเสียหน้า. บทว่า อปฺปติฏฺีนจิตฺโต มีพระทัยมิได้ขัดเคือง คือ มิได้มีพระทัยเป็นไปด้วย อำนาจโทสะ. บทว่า อทินมนโส๑ คือ มีพระทัยไม่หดหู่. บทว่า อพฺยา- ปนฺนเจตโส มีพระทัยไม่พยาบาท คือ มิได้มีพระทัยประทุษร้าย. บทว่า ทิฏฺเ ทิฏมตฺโต เพียงแต่ทรงเห็นรูปที่ทรงเห็น คือ เป็นแต่เพียงเห็น รูปารมณ์อันเป็นวิสัยของจักษุเท่านั้น. อารมณ์ที่เห็นด้วยจักษุเป็นเพียงสี ๑. บาลีว่า อาทินมนโส. ม. ว่า อลีนมนโส.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka