สังสารวัฏอันเป็นไปแล้วด้วยการท่องเที่ยวไปตามลำดับ มีขันธ์เป็นต้น.
บทว่า สนฺตาปสฺส นิพฺพาปนํ ให้ความเร่าร้อนดับไป คือดับความเร่า-
ร้อนคือกิเลส. บทว่า ปริฬาหสฺส ปฏิปสฺสทฺธึ สงบระงับความเดือนร้อน
คือสงบระงับความเร่าร้อนคือกิเลส. บทว่า ธมฺมทฺธชสฺส อุสฺสาปนํ ยก
ขึ้นซึ่งธรรมเป็นดุจธง คือยกโลกุตรธรรม ๙ ประการตั้งไว้. บทว่า ปรมตฺถํ
อมตํ นิพฺพานํ ซึ่งอมตนิพพานเป็นปรมัตถ์ คือชื่อว่า ปรมัตถะ เพราะ-
อรรถว่า สูงสุด. ชื่อว่า อมตะ เพราะไม่มีความตาย. ชื่อว่า อมตะ เพราะ
เป็นยาห้ามพิษคือกิเลสบ้าง. ชื่อว่า นิพพาน เพราะดับความครอบงำใน
สังสารทุกข์. ชื่อว่า นิพพาน เพราะไม่มีเครื่องร้อยรัดคือตัณหาในนิพพาน
นี้บ้าง. บทว่า มเหสกฺเขหิ สตฺเตหิ สัตว์ทั้งหลายผู้มีศักดิ์ใหญ่ คือท้าว
สักกะเป็นต้นผู้มีอานุภาพใหญ่ยิ่ง. บทว่า ปริเยสิโต คือ แสวงหาแล้ว.
บทว่า กหํ เทวเทโว คือ เทวดาผู้ยิ่งกว่าเทวดาทั้งหลายอยู่ที่ไหน. บทว่า
นราสโภ คือ บุรุษผู้สูงสุด.
บทว่า อุทฺธํ ชั้นสูง ในบทนี้ว่า อุทฺธํ อโธ ติริยญฺจาปิ มชฺเฌ
ชั้นสูง ชั้นต่ำ ชั้นกลางส่วนกว้าง ท่านกล่าวถึงทางยาวนานในอนาคต.
บทว่า อโธ คือ ทางยาวนานในอดีต. บทว่า ติริยญฺจาปิ มชฺเฌ คือ
ทางยาวนานในปัจจุบัน. บทว่า เอเตสุ นนฺทิญฺจ นิเวสนญฺจ ปนุชฺช
วิญฺาณํ ท่านจงบรรเทาความยินดี ความพัวพันและวิญญาณในธรรม
เหล่านี้ คือท่านจงบรรเทาตัณหาความพัวพัน ความถือทิฏฐิ และอภิสังขาร
วิญญาณ ในธรรมชั้นสูงเป็นต้นเหล่านี้ ครั้นบรรเทาได้แล้วไม่ตั้งอยู่ในภพ
คือว่าเมื่อเป็นอย่างนี้ ไม่พึงตั้งอยู่ในภพแม้สองอย่าง. ศัพท์ว่า ปนุชฺช
พึงเชื่อมในอรรถวิกัปนี้ว่า ปนุเทหิ. บทว่า ปนุทิตฺวา ในอรรถวิกัปนี้