Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 157

เล่ม มมร. 67 หน้า 157 ข้อ 202
พึงเชื่อมความว่า ภเว น ติฏฺเ ไม่พึงตั้งอยู่ในภพ. เอาความว่า ครั้น บรรเทาความยินดี ความพัวพัน และวิญญาณเหล่านี้ได้แล้ว ไม่พึงตั้งอยู่ ในภพแม้สองอย่าง. ในบทเหล่านั้นบทว่า กุสลา ธมฺมา ธรรมเป็นกุศล คือธรรมเป็น กุศลตรัสว่าชั้นสูง เพราะละอบายแล้วให้ปฏิสนธิในเบื้องบน. ธรรมเป็น อกุศลตรัสว่าชั้นต่ำ. เพราะให้ปฏิสนธิในอบายทั้งหลาย. อัพยากตธรรม ตรัสว่าชั้นกลางส่วนกว้าง. เทวโลกพร้อมด้วยโอกาสโลกตรัสว่าชั้นสูง. อบายโลกตรัสว่าชั้นต่ำ. มนุษยโลกตรัสว่าชั้นกลาง. สุขเวทนาตรัสว่าชั้น สูง ด้วยให้เกิดอาพาธทางกายและจิต. ทุกขเวทนาตรัสว่าชั้นต่ำ ด้วยให้ ถึงทุกข์. อทุกขมสุขเวทนาตรัสว่าชั้นกลาง ด้วยอำนาจแห่งความไม่ทุกข์ ไม่สุข. อรูปธาตุตรัสว่าชั้นสูง ด้วยอยู่เบื้องบนธรรมทั้งปวง. กามธาตุ ตรัสว่าชั้นต่ำ ด้วยอยู่ชั้นต่ำกว่าธรรมทั้งปวง. รูปธาตุตรัสว่าชั้นกลาง ด้วยอยู่ระหว่างธรรมทั้งสองนั้น. พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงการกำหนด ด้วยอำนาจแห่ง อัตภาพ จึงตรัสพระดำรัสมีอาทิว่า อุทฺธนฺติ อุทธํ ปาทตลา ตั้งแต่ พื้นเท้าถึงส่วนเบื้องบนตรัสว่าชั้นสูง. ในบทเหล่านั้น บทว่า อุทธํ ปาทตลา คือ ส่วนเบื้องบนตั้งแต่พื้น เท้าขึ้นไป บทว่า อโธ เกสมตฺถกา ส่วนเบื้องต่ำตั้งแต่ปลายผมลงมา. บทว่า มชฺเณ ชั้นกลางคือระหว่างทั้งสอง. บทว่า ปุญฺาภิสงฺขาร- สหคตํ วิญฺาณํ วิญญาณสหรคตด้วยปุญญาภิสังขาร คือกรรมวิญญาณ อันสัมปยุตด้วยปุญญาภิสังขาร ๑๓ ประเภท. บทว่า อปุญฺาภิสงฺขารสหคตํ วิญฺาณํ วิญญาณสหรคตด้วยอปุญญาภิสังขาร คือกรรมวิญญาณที่สัมปยุต ด้วยอปุญญาภิสังขาร ๑๒ ประเภท. บทว่าอเนญฺชาภิสงฺขารสหคตํ วิญฺาณํ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka