Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 158

เล่ม มมร. 67 หน้า 158 ข้อ 202
วิญญาณสหรคตด้วยอเนญชาภิสังขาร คือกรรมวิญญาณอันสหรคตด้วย อเนญชาภิสังขาร ๔ ประเภท. บทว่า นุชฺช จงบรรเทา คือจงซัดไป. บทว่า ปนุชฺช คือ จงสลัดไป. บทว่า นุท คือ จงดึงออก. บทว่า ปนุท คือจงถอนทิ้ง. บทว่า ปชห คือ จงละ. บทว่า วิโนเทหิ คือ จงทำ ให้ไกล. บทว่า กมฺมภวญฺจ กรรมภพ คือเจตนามีปุญญาภิสังขารเป็นต้น. บทว่า ปฏิสนฺธิกญฺจ ปุนพฺภวํ ภพใหม่อันมีในปฏิสนธิ คือภพใหม่มี รูปภพเป็นต้นแห่งปฏิสนธิ. ละด้วยปฐมมรรค. บรรเทาด้วยทุติยมรรค. ทำให้สิ้นไปด้วยตติยมรรค. ให้ถึงความไม่มีด้วยจตุตถมรรค. บทว่า กมฺมภเว น ติฏฺเยฺย ไม่พึงตั้งอยู่ในกรรมภพ คือ ไม่พึงตั้งอยู่ใน อภิสังขารมีปุญญาภิสังขารเป็นต้น. ภิกษุนั้น ครั้นบรรเทาความยินดี ความพัวพัน และวิญญาณ เหล่านั้นได้แล้ว. ไม่ตั้งอยู่ในภพ. พึงทราบคาถามีอาทิว่า เอวํ วิหารี ภิกษุมีปกติประพฤติอยู่อย่างนี้ ดังนี้. ในบทเหล่านั้น บทว่า อิธ คือ ในศาสนานี้ หรือในอัตภาพนี้แล. นิเทศแห่งคาถานี้มีความง่ายทั้งนั้น. บทว่า นูปธิกํ เป็นธรรมไม่มีอุปธิ ในบทนี้ว่า สุกิตฺติตํ โคตม นูปธิกํ ข้าแต่พระโคดม ข้าพระองค์ชอบใจพระดำรัสของพระองค์ที่ตรัส ไว้ดีแล้ว เป็นธรรมไม่มีอุปธิคือ นิพพาน. เมตตคูมาณพ เมื่อจะทูล สนทนากะพระผู้มีพระภาคเจ้า หมายถึงนิพพานนั้น จึงทูลว่า สุกิตฺติตํ โคตม นูปธิกํดังนี้เป็นต้น. พึงทราบวินิจฉัยในนิเทศดังต่อไปนี้. ในบทเหล่านั้น บทว่า กิเลสา จ คือ กิเลสทั้งหลายมีราคะเป็นต้น เพราะอรรถว่า ทำให้เดือดร้อน เบญจ-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka