Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 172

เล่ม มมร. 67 หน้า 172 ข้อ 221 222 223
คำว่า โลเก ความว่า ในอบายโลก ฯ ล ฯ ในอายตนโลก เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ดูก่อนโธตกะ ... ใคร ๆ ผู้มีความสงสัยในโลก. [๒๒๑] คำว่า ก็แต่ ... เมื่อมารู้ธรรมอันประเสริฐ ความว่า อมตนิพพาน ความระงับสังขารทั้งปวง ความสละคืนอุปธิทั้งปวง ความ สิ้นตัณหา ความสำรอกกิเลส ความดับ ความออกจากตัณหาเป็นเครื่อง ร้อยรัด ตรัสว่าเป็นธรรมอันประเสริฐ. คำว่า เสฏฺํ ความว่า อันเลิศ คือ ประเสริฐ วิเศษ เป็นประธาน อุดม. คำว่า อาชานมาโน ความว่า รู้ทั่ว คือ รู้แจ้ง รู้แจ้งเฉพาะ แทงตลอด เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ก็แต่ ... รู้ทั่วธรรมอันประเสริฐ. [๒๒๒] คำว่า ท่านพึงข้ามโอฆะนี้ด้วยความรู้อย่างนี้ ความว่า ท่านพึงข้าม คือ พึงก้าวล่วง พึงเป็นไปล่วง ซึ่งโอฆะคือกาม โอฆะ คือภพ โอฆะคือทิฏฐิ โอฆะคืออวิชชา ด้วยความมารู้อย่างนี้ เพราะ- ฉะนั้น จึงชื่อว่า พึงข้ามพ้นโอฆะนี้ด้วยความรู้อย่างนี้ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ดูก่อนโธตกะ เราไม่อาจปลดเปลื้องใครๆ ที่มีความ สงสัยในโลกนี้ ก็แต่ท่านเมื่อมารู้ธรรมอันประเสริฐ พึง ข้ามโอฆะนี้ได้ด้วยความมารู้อย่างนี้. [๒๒๓] ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ขอพระองค์โปรดทรงพระ- กรุณา ตรัสสอนธรรมอันสงัดที่ข้าพระองค์พึงรู้ได้ ข้า- พระองค์ไม่ขัดข้องเหมือนอากาศ เป็นผู้สงบอยู่ในที่นี้ นี่แหละ ไม่อาศัยแล้วพึงเที่ยวไป.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka