Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 184

เล่ม มมร. 67 หน้า 184 ข้อ 241
พึงทราบวินิจฉัยในนิเทศต่อไป. บทว่า ปจฺเจกสมฺพุทฺธา ชื่อว่า พระปัจเจกสัมพุทธเจ้า เพราะเป็นผู้ตรัสรู้อริยสัจด้วยตนเอง ถึงการ รู้แจ้งแทงตลอดอารมณ์นั้น ๆ เฉพาะตัว. บทว่า สีหสีโห คือ พระ- ผู้มีพระภาคเจ้าเป็นดังสีหะยิ่งกว่าสีหะ เพราะไม่ทรงหวาดสะดุ้ง. บทว่า นาคนาโค คือ เป็นดังนาคยิ่งกว่านาค เพราะไม่มีกิเลส หรือเพราะเป็น ใหญ่. บทว่า คณิคณี คือ เป็นเจ้าคณะยิ่งกว่าเจ้าคณะทั้งหลาย. บทว่า มุนิมุนี เป็นมุนียิ่งกว่ามุนี คือ มีความรู้ยิ่งกว่าผู้มีความรู้ทั้งหลาย. บทว่า ราชราชา เป็นพระราชายิ่งกว่าพระราชา คือเป็นพระราชาผู้สูงสุด. บทว่า มุญฺจ มํ คือ ขอพระองค์จงปลดเปลื้องข้าพระองค์. บทว่า ปมุญฺจ มํ คือ ขอพระองค์จงปล่อยข้าพระองค์โดยวิธีต่าง ๆ. บทว่า โมเจหิ มํ ขอพระ- องค์จงปลดปล่อยข้าพระองค์ คือทำให้หย่อน. บทว่า ปโมเจหิ มํ คือ ขอพระองค์จงทรงทำให้หย่อนอย่างยิ่ง. บทว่า อุทฺธร มํ ขอพระองค์จง ยกข้าพระองค์ขึ้น คือยกข้าพระองค์จากเปือกตม คือสงสารแล้วให้ตั้งอยู่ บนบก. บทว่า สมุทฺธร มํ ขอพระองค์จงฉุดชัก คือฉุดข้าพระองค์ โดยชอบแล้วให้ตั้งอยู่บนบก. บทว่า วุฏฺาเปหิ คือ ขอให้นำข้าพระองค์ ออกจากลูกศรคือความสงสัย แล้วทำให้อยู่ต่างหากกัน. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อทรงแสดงความปลดเปลื้องจาก ความสงสัยอันยิ่ง ด้วยพระองค์โดยหัวข้อคือการข้ามโอฆะ จึงตรัสคาถา ว่า นาหํ ดังนี้เป็นอาทิ. ในบทเหล่านั้น บทว่า นาหํ สมิสฺสามิ คือ เราไม่อาจไม่สามารถ. อธิบายว่า เราจักไม่พยายาม. บทว่า ปโมจนาย คือ เพื่อปลดเปลื้อง. บทว่า กถํกถี คือ ความสงสัย. บทว่า ตเรสิ คือ พึงข้าม.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka