Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 189

เล่ม มมร. 67 หน้า 189 ข้อ 246 247 248
ซึ่งธรรมชาตินั้น เพราะเหตุนั้น พระตถาคตจึงชื่อว่า มีพระสมันตจักษุ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระสมันตจักษุ ขอพระองค์ ตรัสบอกอารมณ์. [๒๔๖] คำว่า ยํ นิสฺสิโต ในอุเทศว่า " ยํ นิสฺสิโต โอฆมิมํ ตเรยฺยํ " ดังนี้ ความว่า อาศัยบุคคล หรืออาศัยธรรมแล้ว. คำว่า พึงข้ามโอฆะนี้ได้ คือ พึงข้าม ข้ามขึ้น ข้ามพ้น ก้าวล่วง เป็นไปล่วงซึ่งกามโอฆะ ภวโอฆะ ทิฏฐิโอฆะ อวิชชาโอฆะ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อาศัยอันใดแล้วพึงข้ามโอฆะนี้ได้ เพราะเหตุนั้น พราหมณ์ นั้นจึงกล่าวว่า ข้าแต่พระสักกะ ข้าพระองค์เป็นผู้เดียว ไม่อาศัย แล้วไม่อาจข้ามโอฑะใหญ่ได้ ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระ- สมันตจักษุ ขอพระองค์ตรัสบอกอารมณ์ที่ข้าพระองค์ได้ อาศัยแล้ว พึงข้ามโอฆะนี้ได้. [๒๔๗] (พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า ดูก่อนอุปสีวะ) ท่านจงเป็นผู้มีสติ เพ่งดูอากิญจัญญายตนสมาบัติ อาศัยสมาบัติอันเป็นไปว่า อะไร ๆ น้อยหนึ่งไม่มีดังนี้แล้ว จงข้ามโอฆะเถิด ท่านจงละกามทั้งหลาย เว้นจากความ สงสัยทั้งหลาย พิจารณาดูความสิ้นไปแห่งตัณหาตลอด คืนและวันเถิด. [๒๔๘] คำว่า ท่านจงเป็นผู้มีสติเพ่งดูอากิญจัญญายตนสมาบัติ ความว่า พราหมณ์นั้นได้อากิญจัญญายตนสมาบัติ โดยปกติ ไม่รู้ว่าเป็นที่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka